เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "ESG Bond ไทยปี 2569: ตลาดทรงตัว แรงส่งยังพึ่งรัฐ ขณะที่เม็ดเงินหนุน Green Investment ยังจำกัด"


• ตลาด ESG Bond ไทยครึ่งแรกปี 2569 ยังเติบโต ดันยอดคงค้างทะลุ 1 ล้านล้านบาท แต่แรงส่งยังกระจุกตัว ตามแรงหนุนจากภาครัฐ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และโครงการขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงานและขนส่ง

• แนวโน้มในครึ่งหลังของปี 2569 ยังต้องอาศัยแรงพยุงจากภาครัฐ และอาจไม่เร่งตัวเท่าปีก่อน การออก Sustainability-Linked Bond (SLB) รุ่นใหม่ของภาครัฐคาดว่าจะเน้นไปที่การชดเชยตราสารหนี้เดิมที่ครบก าหนดเป็นหลัก

• ESG Bond ภาคเอกชนยังสร้างแรงหนุนต่อ Green Investment ในไทยได้จ ากัด แม้การออกตราสารหนี้ของเอกชนเพิ่มขึ้น แต่เม็ดเงินส่วนใหญ่ยังใช้เพื่อชดเชยการลงทุนเดิมและช าระคืนหนี้เป็นหลัก ขณะที่เม็ดเงินระดมทุนส าหรับโครงการใหม่หรือโครงการต่อเนื่องยังมีสัดส่วนจ ากัด 
 
ESG Bond ครึ่งแรกปี 2569 ยังโต และดันยอดคงค้างทะลุ 1 ล้านล้านบาท 
 
มูลค่าการออกตราสารหนี้ ESG ใหม่ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ราว 116,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 101,300 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าคงค้างเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 1,081,430 ล้านบาท สะท้อนบทบาทที่ส าคัญของ ESG Bond ต่อตลาดทุนไทย โดยสัดส่วนยอดคงค้าง ESG Bond ต่อยอดคงค้างตราสารหนี้ทั้งหมดในไทยเพิ่มขึ้นจาก 5.2% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 เป็น 5.9% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ฝั่งภาคเอกชน มูลค่าการออกตราสารหนี้ ESG ใหม่เร่งขึ้นมาอยู่ที่ 25,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนส าคัญจากการออกตราสารหนี้ของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) มูลค่า 8,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดคงค้างของ ESG Bond ภาคเอกชนอยู่ที่ราว 271,227 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569

 
ฝั่งภาคเอกชน มูลค่าการออกตราสารหนี้ ESG ใหม่เร่งขึ้นมาอยู่ที่ 25,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการออกตราสารหนี้ของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) มูลค่า 8,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดคงค้างของ ESG Bond ภาคเอกชนอยู่ที่ราว 271,227 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569

แรงส่งยังนำโดยภาครัฐ ขณะที่เอกชนกระจุกตัวในธุรกิจพลังงานและขนส่ง
 
ภาครัฐมีสัดส่วนสูงสุดของการออก ESG Bond ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ราว 60.8% ของมูลค่าการออกตราสารหนี้ ESG ใหม่ทั้งหมด โดยมาจากการ Reopen พันธบัตร ตามด้วยสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI) 17.2% 

 
ขณะที่ฝั่งเอกชนยังนำโดย กลุ่มพลังงาน (12.0%) และขนส่ง (6.9%) โดยกลุ่มพลังงาน เช่น ซีเค พาวเวอร์ ทีพีไอ โพลีน และ ราช กรุ๊ป โดยเงินระดมทุนส่วนใหญ่ใช้เพื่อชดเชยการลงทุนเดิม ส่วนกลุ่มขนส่งมาจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เพื่อใช้เป็นเงินลงทุน และ/หรือ ทดแทนเงินลงทุนในโครงการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด

ESG Bond เอกชนยังหนุน Green Investment ในไทยได้จำกัด
 
การออก ESG Bond ของภาคเอกชนในครึ่งแรกปี 2569 ยังหนุนโครงการยั่งยืนในประเทศได้จำกัด เนื่องจากมีเม็ดเงินลงทุนสำหรับโครงการใหม่หรือโครงการต่อเนื่องเพียง 5,030 ล้านบาท หรือ 19.7% ของยอดออกทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศกว่า 3,030 ล้านบาท

 
นอกจากนี้ สัดส่วนเม็ดเงินสำหรับโครงการใหม่หรือโครงการต่อเนื่องลดลงจาก 24.5-28.0% ของยอดออก ESG Bond ภาคเอกชนในครึ่งแรกปี 2568 เหลือเพียง 19.7% ในครึ่งแรกปี 2569 นั่นหมายความว่าแม้การออก ESG Bond ภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้น แต่เม็ดเงินที่ช่วยต่อยอด Green Investment ยังไม่ได้ขยายตัวตาม โดยบทบาทของ ESG Bond ภาคเอกชนยังอยู่ที่การชดเชยเงินลงทุนเดิมและการชำระคืนหนี้เป็นหลัก
 
คาดแรงส่งครึ่งหลังปี 2569 ยังพึ่งแรงหนุนรัฐ เพื่อพยุงตลาด ESG Bond
 
แนวโน้มมูลค่าการออก ESG Bond ทั้งปี 2569 อาจไม่เร่งตัวเท่าปีที่ผ่านมา หากแรงหนุนจากการออกตราสารหนี้ของภาครัฐในช่วงครึ่งหลังยังมีจำกัด

แรงส่งในครึ่งหลังยังคงมาจากภาครัฐ ซึ่งมีแผนออก Sustainability-Linked Bond (SLB) รุ่นใหม่ประมาณ 30,000 ล้านบาท ภายในปีงบประมาณ 2569 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือระดมทุนเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณและปรับโครงสร้างหนี้ภาครัฐ 

หากการออก SLB ของภาครัฐเป็นไปตามแผนคาดว่าจะช่วยชดเชยตราสารหนี้ที่ครบกำหนดในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งอยู่ที่ 24,148 ล้านบาท โดยเฉพาะจากภาคเอกชนกว่า 19,390 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดคงค้างยังยืนเหนือระดับ 1 ล้านล้านบาทได้


 
อย่างไรก็ตาม แรงส่งจากภาคเอกชนยังมีข้อจำกัดจาก 1) ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังอยู่ในระดับสูง 2) ส่วนต่างต้นทุนระหว่าง ESG Bond กับตราสารหนี้ทั่วไป (Greenium) ที่แคบลง เนื่องจากนักลงทุนอาจยอมรับผลตอบแทนที่ต่ำกว่าตราสารทั่วไปได้น้อยลง ขณะที่ผู้ออกตราสารยังมีต้นทุนเพิ่มเติมจากการตรวจสอบและรายงานด้านความยั่งยืน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การเงินที่ยั่งยืน: ต้นทุน Green Bond สูง ฉุดปริมาณการออกตราสารหนี้ประเภทนี้ในไทย)  และ 3) ภาวะเศรษฐกิจชะลอซึ่งส่งผลให้ภาคเอกชนระมัดระวังต่อแผนลงทุนใหม่ 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า มูลค่าการออก ESG Bond ปี 2569 โดยรวมทั้งปีจะอยู่ราว 2 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2568 ที่ 208,404 ล้านบาท สะท้อนว่าตลาดทรงตัวได้จากการพึ่งแรงหนุนภาครัฐเป็นหลัก ขณะที่แรงส่งจากภาคเอกชนต่อ Green Investment ในประเทศยังมีจำกัดท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าที่ยังไม่แน่นอน และแรงผลักดันจากกติกาด้าน ESG ในประเทศที่ยังรอบังคับใช้กฎหมายเพิ่มเติมในอนาคต
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ส.ค. 2569 เวลา : 16:33:45
10-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 12.36 จุด ดัชนี 1,624.36 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงฟื้นตัวในระยะสั้น หลังสามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,150 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 13.02 จุด ดัชนี 1,625.02 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 16.22 จุด ดัชนี 1,628.22 จุด

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 ส.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,350 บาท

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 ส.ค.69) "ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล 60% ภาคกลาง 40% ภาคใต้ 30%

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.15 บาท/ดอลลาร์

8. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯหลังจ้างงานแผ่ว

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: 11 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุทธิสารวินิจฉัย

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 2.64 จุด ดัชนี 1,612 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในกรอบ 4,250 - 4,300 เหรียญ หลังมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคาบางช่วงอ่อนตัวลงแตะ 4,230 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 0.97 จุด ดัชนี 1,613.67 จุด

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 464.02 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดจับตาจ้างงานสหรัฐฯ

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 5.60 ดอลลาร์ กังวลน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อสูง-กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 10, 2026, 5:56 pm