บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Jubilee (ชื่อหุ้น: JUBILE) เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยกำไรสุทธิเติบโต 26.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการบริหารธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังมีความท้าทาย ผ่านการบริหาร Product Mix การบริหารจัดการต้นทุน และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับกลยุทธ์ Experience-Driven Luxury Brand การนำ Customer Insight มาพัฒนาสินค้าและคอลเลกชันให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และการขยาย Strategic Partnership เพื่อสร้าง Customer Engagement และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงฐานลูกค้าศักยภาพสูง
.jpg)
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 และครึ่งปีแรกสะท้อนความสามารถของบริษัทในการปรับตัวต่อภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาคอลเลกชันเครื่องประดับที่มีคุณภาพ และการวางกลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยมุ่งสร้างคุณค่าและความแตกต่างมากกว่าการแข่งขันด้านราคา พร้อมยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ครอบคลุมมากกว่าการจำหน่ายเครื่องประดับเพชรแท้เพียงอย่างเดียว
แม้ผู้บริโภคโดยรวมยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย แต่กลุ่มลูกค้า Luxury & Affluent ยังคงมีศักยภาพ โดย ยูบิลลี่ใช้จุดแข็งด้านคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือ Brand Heritage และบริการแบบเฉพาะบุคคล หรือ Personalization ในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่มสถาบันการเงิน บัตรเครดิต Wealth Management และ Luxury Lifestyle เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อและสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ในรูปแบบใหม่ ๆ
ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทยังใช้วาระครบรอบ 97 ปีของ Jubilee Diamond ในการจัดกิจกรรมและแคมเปญอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Engagement และกระตุ้นยอดขายและลดข้อจำกัดจากปัจจัยด้านฤดูกาล (Seasonality) โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ Jubilee Diamond The Biggest Midyear Sale 2026 ซึ่งยกระดับงาน Midyear Sale สู่ Luxury Experience ด้วยเครื่องประดับเพชรกว่า 10,000 ชิ้น กิจกรรมภายในงาน และสิทธิประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรบัตรเครดิต ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า
สำหรับผลการดำเนินงาน ไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 279.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 20.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.04% ขณะที่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ระดับ 48.24% จากการบริหาร Product Mix ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนแนวทางการบริหารที่ให้ความสำคัญกับ Quality of Growth ควบคู่กับการสร้างรายได้
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจะเดินหน้ารักษาโมเมนตัมการดำเนินงาน ผ่าน Seasonal and Anniversary Campaign การเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ที่ครอบคลุมทั้งเครื่องประดับสำหรับโอกาสสำคัญและเครื่องประดับสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการพัฒนาสิทธิประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรบัตรเครดิตและสมาชิก The Sparkling Club
ขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าเชื่อมโยงช่องทางออนไลน์และเครือข่ายสาขาผ่านกลยุทธ์Omni-channel เพื่อสร้าง Customer Journey ที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่การค้นหาและเลือกชมสินค้า การนัดหมาย ไปจนถึงการรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงและให้บริการลูกค้าในทุก Touchpoint
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนยกระดับกิจกรรมในหัวเมืองหลักทั่วประเทศสู่ Luxury Experienceสำหรับกลุ่มลูกค้าศักยภาพสูง พร้อมต่อยอด Strategic Partnership กับพันธมิตรในกลุ่ม Wealth Management, Hospitality, Wellness และ Luxury Lifestyle ภายใต้แนวคิด Luxury Experience Economy ควบคู่กับการปรับโฉมสาขาในทำเลเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายสาขาและศักยภาพในการสร้างยอดขายในระยะยาว
“ภาพรวมตลาดเครื่องประดับเพชรแท้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่แตกต่าง การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของรายได้ ความสามารถในการทำกำไร และผลตอบแทนจากการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวอัญรัตน์ กล่าว
ข่าวเด่น