เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COMPASS วิเคราะห์ "จีดีพีไตรมาส 2/69 โต 1.9% คาดเศรษฐกิจใน 2H69 จะชะลอตัวลงจากครึ่งแรก"


 

• เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9%YoY ชะลอลงจากไตรมาสก่อน ท่ามกลางการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกสินค้าที่ยังเติบโตดีตามกระแสดิจิทัลและ AI ของโลก ทั้งนี้ สภาพัฒน์ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 2.0%-2.5% (ค่ากลาง 2.2%) จากการขยายตัวในเกณฑ์สูงของการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน

• Krungthai COMPASS คาดเศรษฐกิจไทยใน 2H69 มีแนวโน้มชะลอตัวลงตามแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกยังสูงกว่าปีก่อน กระทบต่อภาระค่าครองชีพและกำลังซื้อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าจากสหรัฐฯ และผลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะกระทบต่อการผลิตและรายได้ภาคเกษตรกรรมในช่วงที่เหลือของปี อย่างไรก็ดี คลื่นการลงทุนจากต่างประเทศ ถือเป็นแรงหนุนต่อการลงทุนภาคเอกชนไทยในระยะข้างหน้า ซึ่งไทยถือเป็นที่จับตาจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น จึงควรเร่งยกระดับ Local content ตอบโจทย์ RVC สร้างงานคุณภาพในอนาคต เพื่อให้ได้รับอานิสงค์จากกระแสการลงทุนที่จะหลั่งไหลเข้าสู่ไทย

จีดีพีไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9%YoY ชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากการอ่อนแรงลงของการบริโภคภาคเอกชนและการหดตัวของการลงทุนภาครัฐ  กอปรกับการส่งออกสินค้าชะลอตัวลง แม้การลงทุนภาคเอกชนยังคงเติบโต

 
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2/69 ขยายตัว 1.9%YoY ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ 2.8%YoY และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหดตัว -0.2%QoQSA  โดยมีปัจจัยหลักจาก

• การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพียง 1.9%YoY ต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส ชะลอลงจาก 3.2%YoY ในไตรมาสก่อน โดยการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนเติบโตชะลอลง 2.4%YoY เทียบจาก 3.5%YoY ในไตรมาสก่อน ตามการปรับตัวลดลงของการใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งถูกดดันจากภาวะสงครามและส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น กอปรกับการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนที่ชะลอลง 3.8%YoY หลังมาตรการ EV3.0 สิ้นสุดลงในไตรมาสก่อนหน้า อีกทั้งการใช้จ่ายในหมวดบริการชะลอลง ตามการใช้จ่ายในกลุ่มโรงแรมและภัตตาคาร หลังผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายจากแรงกดดันค่าครองชีพ

• การลงทุนภาครัฐหดตัว -1.6%YoY จากเดิมที่ขยายตัวในไตรมาสก่อน เป็นผลจากการหดตัวของการลงทุนภาครัฐวิสาหกิจที่ -12.2%YoY ตามการเบิกจ่ายที่ลดลงในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ  

• ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอตัว 14.1%YoY เทียบจาก 15.5%YoY ในไตรมาสก่อน สวนทางกับการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 27.2%YoY เร่งตัวจาก 25.4%YoY ในไตรมาสก่อน ทำให้เมื่อหักผลของการนำเข้าที่เร่งตัวสูงแล้ว สัดส่วนการเติบโตของจีดีพีที่มาจากการส่งออก (Net Exports) หดตัว -6.8%YoY 

• แม้กระนั้นก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีแรงหนุนของการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว 13.4%YoY โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและเครื่องมือที่ขยายตัว 16.6%YoY สอดคล้องกับการนำเข้าสินค้าทุนประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์ 

เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/69 หดตัว -0.2%QoQSA จากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 0.6%QoQSA โดยมีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้
 

 
• การบริโภคภาคเอกชนหดตัว -0.5%QoQSA จาก 0.4% QoQSA ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.3 จากระดับ 52.8 ในไตรมาสก่อน จากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กดดันค่าครองชีพและกระทบการใช้จ่ายอย่างชัดเจนในไตรมาสนี้ 

• การส่งออกบริการชะลอลง 1.0%QoQSA เทียบจาก 3.1% QoQSA ในไตรมาสก่อน ตามต้นทุนและข้อจำกัดด้านการเดินทางที่ยกระดับจากผลกระทบของปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

• การส่งออกสินค้าชะลอตัว 1.0%QoQSA ขณะที่การนำเข้าสินค้าขยายตัวสูง 8.4%QoQSA สะท้อนการพึ่งพาสินค้าวัตถุดิบและสินค้าทุน เพื่อการผลิตส่งออก สอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 2.5%QoQSA ขยายตัวต่อเนื่อง 4 ไตรมาสจากการลงทุนในหมวดเครื่องมือและเครื่องจักร

• แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 สศช. คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 2.0%-2.5% (ค่ากลาง 2.2%) ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงระยะข้างหน้าจาก 1) ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและมาตรการทางการค้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ 2) ความเสี่ยงจากการชะลอตัวมากกว่าที่คาดของเศรษฐกิจและการค้าโลก 3) ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญต่อภาคเกษตรในช่วง 2H69 4) ภาระหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในเกณฑ์สูงและธุรกิจ SMEs ที่ยังคงมีความเสี่ยงด้านเครดิตอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี สศช. มองว่าเศรษฐกิจมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การขยายตัวในเกณฑ์สูงของการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากมูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนที่เติบโตได้ดีต่อเนื่อง 2) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคภาคครัวเรือน 3) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออกตามแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ต่างประเทศในกลุ่มสินค้า High Tech 4) แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐบาล โดยเฉพาะแรงหนุนจากการใช้จ่าย พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน

 
Implication: 

• Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยใน 2H69 มีแนวโน้มชะลอตัวลง ตามแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผันผวนและยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ระดับราคาพลังงานโลกยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา กระทบต่อภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อกำลังซื้อในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าจากสหรัฐฯ และผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะกระทบการผลิตและรายได้เกษตรกร

• แม้อานิสงค์จากเทรนด์ AI ส่งผลให้แนวโน้มจีดีพีของหลายประเทศในเอเชียสูงกว่าที่เคยคาด แต่การส่งผ่านต่อเศรษฐกิจของไทยยังน้อยกว่าชาติอื่น สะท้อนจากประมาณการเติบโตของการลงทุนรวม (GFI)และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (IPI) ปี 69 ของหลายประเทศในเอเชียถูกปรับดีขึ้นและส่งผ่านไปสู่การขยายตัวของจีดีพีได้อย่างชัดเจน แต่ภาคการผลิตไทยยังมีการเติบโตที่กระจุกในกลุ่ม K ขาบน ที่เป็น New Growth Engines จึงสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้จำกัด  ขณะที่กลุ่ม K ขาล่างอ่อนแรง ฉุดรั้งการขยายตัวของภาคการผลิต

• คาดจำนวนนทท.ต่างชาติทั้งปี 69 ยังต่ำกว่าปีก่อนและฟื้นตัวยากกว่าเดิม ล่าสุด นทท.ต่างชาติหดตัว -3.2%YoY ใน 1H69 จากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ดันต้นทุนการเดินทางให้สูงขึ้น ขณะที่ในบางประเทศคู่แข่งในเอเชียขยายตัวได้ อาทิ เกาหลีใต้ (+19.3%)  เวียดนาม (+14.9%) อีกทั้งไทยเผชิญปัญหา Safety Concern ที่ฉุดความเชื่อมั่น นทท.จีนโดยตรง อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างวีซ่าของไทยมีผลกระทบจำกัด เนื่องจากส่วนใหญ่มีเวลาพำนักไม่เกินเพดานใหม่

• อย่างไรก็ดี ไทยเป็นที่จับตาจากนักลงทุนมากขึ้นสะท้อนจากการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์ประเมินทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ระยะข้างหน้า ที่เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นถึง 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 78 ซึ่งไทยเป็นเป้าหมายการลงทุนไม่แพ้เพื่อนบ้าน หนุนโดยแรงขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทั้งนี้ ไทยควรเร่งยกระดับ Local content ตอบโจทย์ RVC สร้างงานคุณภาพในอนาคต ให้ได้รับอานิสงค์คลื่นการลงทุนต่างประเทศที่จะหลั่งไหลเข้าสู่ไทย

กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
กฤตตฤณ เหล่าฤทธิ์
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 18 ส.ค. 2569 เวลา : 15:18:00
18-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (18 ส.ค.69) ลบ 4.82 จุด ดัชนี 1,621.62 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้(18 ส.ค.69) บวก 1.17 จุด ดัชนี 1,627.61 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,400 เหรียญ หลังย่อตัวลงเล็กน้อยจากระดับสูงสุดบริเวณ 4,432 เหรียญ

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (18 ส.ค.69) "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 30%

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (18 ส.ค.69) บวก 3.23 จุด ดัชนี 1,629.67 จุด

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.15 บาท/ดอลลาร์

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (18 ส.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.04 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (17 ส.ค.69) บวก 17.38 จุด ดัชนี 1,626.44 จุด

9. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (17 ส.ค. 69) บวก 16.96 จุด ดัชนี 1,626.02 จุด

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ส.ค.69) ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผล "ภาคเหนือ-ภาคใต้ ฝั่ง ตต." ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่นๆ 40%

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวเหนือระดับ 4,350 เหรียญ และสามารถ ปิดบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังวันศุกร์ย่อตัวลงแตะบริเวณ 4,310 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (17 ส.ค. 69) บวก 6.27 จุด ดัชนี 1,615.33 จุด

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (17 ส.ค.69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,700 บาท

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (17 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.12 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 18, 2026, 10:46 pm