เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
แนวโน้มจีดีพีไทยจับตาดุลบัญชีเดินสะพัด


• การเติบโตไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ชะลอตัวลงแต่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ (data centre) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และสินค้าคงคลัง ช่วยพยุงจีดีพีไว้ได้

• อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ส่งผลให้ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลสูงถึง 12% ของจีดีพี

• เราคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายต่อไปตลอดปี 2569 เนื่องจากประโยชน์จากการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์และการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับ AI กระจุกตัวอยู่ในบางกลุ่มอุตสาหกรรม 

ข้อเท็จจริง

• การเติบโตในไตรมาส 2 ปี 2569 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย (HSBC คาดที่ 2.1%, Bloomberg คาดที่ 1.8%) โดยชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงจากระดับ 2.8% ในไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ จีดีพีไตรมาส 2 ปี2569 ยังเติบโตช้ากว่าอัตราการเติบโตในไตรมาส 2 ปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

• เมื่อปรับตามฤดูกาลแล้ว จีดีพีลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวลงบางส่วนจากการเติบโต 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569

• สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์การเติบโตปี 2569 ไว้ที่ 2.0-2.5%
(ดูตารางที่ 1 สำหรับสรุปการเติบโตของจีดีพีจำแนกตามองค์ประกอบหลัก)

นัยยะต่อเศรษฐกิจ

ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การเติบโตของเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงในไตรมาส 2 ปี 2569 แต่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมี 2 ปัจจัยหลักที่ช่วยพยุงการเติบโตไว้
 
เชื้อเพลิงและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงในช่วงไตรมาสดังกล่าว เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือน ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวก็ลดลงเช่นกัน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงอันเนื่องมาจากราคาบัตรโดยสารเครื่องบินที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทั้งสองได้รับการชดเชยบางส่วนจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส"  ซึ่งเป็นโครงการช่วยลดค่าครองชีพจากภาครัฐรูปแบบร่วมจ่ายที่รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% ของสินค้าที่ซื้อในร้านค้าที่ลงทะเบียน (ภายใต้เงื่อนไขวงเงินรายวันและรายเดือน) โครงการนี้มีงบประมาณรวม 175,000 ล้านบาท และดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายนปีนี้

ปัญญาประดิษฐ์ (AI): จากความต้องการฮาร์ดแวร์ที่รองรับ AI ทั่วโลก การส่งออกสินค้ายังคงขยายตัวในอัตราสองหลักอย่างต่อเนื่อง โดยไทยเป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สำคัญ เช่น ระบบระบายความร้อน แผงวงจรพิมพ์ (PCB) และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ นอกจากนี้ การนำเข้าสินค้ายังพุ่งขึ้น 27.5% เทียบปีต่อปี เนื่องจากไทยเร่งนำเข้าสินค้าทุนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (That data centre thing, 24 กรกฎาคม 2569) ส่งผลให้ดุลการค้าสุทธิ (ในรูปตัวเงิน) พลิกกลับมาขาดดุลจำนวนมากถึง 509,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับการขาดดุลที่กว้างที่สุดนับตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีข้อมูล แม้ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าน้ำมันจะเพิ่มขึ้น แต่เรามองว่าการพลิกกลับของดุลการค้าครั้งนี้อาจมีลักษณะเชิงโครงสร้าง เนื่องจากไทยกำลังเร่งขยายขีดความสามารถด้านการประมวลผลอย่างต่อเนื่อง

เราคาดว่าการเติบโตตลอดทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 2.2% ซึ่งสอดคล้องกับที่ สศช. คาดการณ์ไว้ โดยได้แรงหนุนจากมาตรการการคลังที่แข็งแกร่งและตัวเลขการส่งออกที่แข็งแกร่ง การเติบโตมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ดังที่สะท้อนจากการเพิ่มขึ้นของการเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลัง ซึ่งการสะสมสินค้าคงคลังมีส่วนช่วยการเติบโตถึง 7.2 จุดเปอร์เซ็นต์ 

อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า ธปท. มีแนวโน้มที่จะยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป แม้การเติบโตอาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ติดต่อกันสองไตรมาส แต่แนวโน้มของปี 2570 ยังคงอ่อนแอ โดยการใช้จ่ายทางการคลังมีแนวโน้มที่จะหยุดชะงักในปีหน้า เพื่อรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีให้อยู่ในกรอบที่ไทยกำหนดไว้เอง (“Thailand's private sector must lead the post-Hormuz recovery” , 8 มิถุนายน 2569) โดยเราคาดว่าการเติบโตของจีดีพีตลอดปี 2570 จะชะลอลงมาอยู่ที่ 1.7%

นอกจากนี้ การเติบโตยังคงกระจายตัวไม่ทั่วถึง ซึ่งเรามองว่าเป็นประเด็นสำคัญสำหรับ ธปท. โดยอ้างอิงจากรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือนกรกฎาคม (ธปท., 8 กรกฎาคม 2569) และคำแถลงของนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (The Nation, 8 กรกฎาคม 2569) ว่า การขยายตัวของการลงทุนในปัจจุบันกระจุกตัวอยู่ในภาคดิจิทัลเป็นหลัก (เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์) และการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทั้งสองภาคส่วนพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าเป็นอย่างมาก

และเมื่อเราพูดว่า "พึ่งพาอย่างมาก" ก็หมายถึงมากจริง ๆ หลังจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ประกาศออกมา ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาสที่สองแย่ลงมาอยู่ที่ 12% ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 2548 นอกจากนี้ แผนภูมิที่ 2 ยังแสดงให้เห็นว่าสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุนต่อการสะสมทุนถาวรเบื้องต้น (gross capital formation) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจจึงยังไม่ส่งผลดีไปถึงครัวเรือนและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งยังคงเผชิญกับภาวะสินเชื่อที่ตึงตัว

แม้จะมีการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่เราคาดว่า ธปท. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ไปจนถึงอย่างน้อยปี 2570 การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่แย่ลงอาจนำไปสู่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่การรักษาความสามารถในการแข่งขันของเงินบาทผ่านนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอาจช่วยให้ SMEs ยังคงประคองตัวได้ท่ามกลางสภาวะการนำเข้าที่ท้าทาย (What the energy shock means for margins and trade, 1 กรกฎาคม 2569). 

แผนภูมิที่ 1: แม้การลงทุนและสินค้าคงคลังจะช่วยหนุนการเติบโต แต่ก็ต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นอย่างมาก

 
ที่มา: CEIC, HSBC

แผนภูมิที่ 2: การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยส่งผลให้สัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุนต่อการใช้จ่ายด้านทุนเพิ่มสูงขึ้น

 
ที่มา: Macrobond, HSBC

ตารางที่ 1: สรุปตัวเลขจีดีพีไทยในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา
 
 
 
Source: CEIC, HSBC

คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายงานฉบับเต็ม รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลและข้อจำกัดความรับผิดชอบที่สำคัญ:
https://www.research.hsbc.com/R/20/rWLkNgdv9Xrr

 
โดย นายอาริส ดาคาเนย์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจําภูมิภาคอาเซียน ธนาคารเอชเอสบีซี
 

LastUpdate 18/08/2569 17:13:19 โดย : Admin
18-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (18 ส.ค.69) ลบ 4.82 จุด ดัชนี 1,621.62 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้(18 ส.ค.69) บวก 1.17 จุด ดัชนี 1,627.61 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,400 เหรียญ หลังย่อตัวลงเล็กน้อยจากระดับสูงสุดบริเวณ 4,432 เหรียญ

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (18 ส.ค.69) "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 30%

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (18 ส.ค.69) บวก 3.23 จุด ดัชนี 1,629.67 จุด

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.15 บาท/ดอลลาร์

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (18 ส.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.04 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (17 ส.ค.69) บวก 17.38 จุด ดัชนี 1,626.44 จุด

9. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (17 ส.ค. 69) บวก 16.96 จุด ดัชนี 1,626.02 จุด

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ส.ค.69) ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผล "ภาคเหนือ-ภาคใต้ ฝั่ง ตต." ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่นๆ 40%

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวเหนือระดับ 4,350 เหรียญ และสามารถ ปิดบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังวันศุกร์ย่อตัวลงแตะบริเวณ 4,310 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (17 ส.ค. 69) บวก 6.27 จุด ดัชนี 1,615.33 จุด

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (17 ส.ค.69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,700 บาท

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (17 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.12 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 18, 2026, 10:46 pm