เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจไทยยังโต แต่เครื่องยนต์แต่ละตัวกำลังวิ่งไม่พร้อมกัน


• เศรษฐกิจไทยไตรมาส  2/2569 ขยายตัว 1.9% ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรก และหดตัว 0.2% จากไตรมาสก่อน
 
• การลงทุนภาคเอกชนเติบโตถึง  13.4% สูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนชะลอลงเหลือ 1.9%
 
• การส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น  17.6% แต่การนำเข้าพุ่ง 42.3% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า  12.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
• ภาคการผลิตขยายตัวเพียง  0.1% ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเหลือ 57.47% ต่ำสุดในรอบ 24 ไตรมาส
 
• ภาพรวมชี้ว่า การลงทุนและการส่งออกยังเติบโตได้ดี แต่แรงส่งยังไม่ได้กระจายไปสู่การผลิต การจ้างงาน รายได้ และการใช้จ่ายในประเทศอย่างเต็มที่

เศรษฐกิจไทยยังโต แต่ไม่ทั่วถึง
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรก และหากเทียบกับไตรมาสก่อน เศรษฐกิจหดตัว 0.2%
แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ เครื่องยนต์เศรษฐกิจแต่ละตัวกำลังวิ่งด้วยความเร็วที่แตกต่างกันมาก
การลงทุนภาคเอกชนโตถึง 13.4% การส่งออกยังขยายตัวในระดับสูง แต่การบริโภคของครัวเรือนโตเพียง 1.9% ภาคการผลิตแทบไม่ขยับ และการลงทุนภาครัฐหดตัว 
เศรษฐกิจไทยจึงไม่ได้มีเพียงโจทย์เรื่อง “โตช้าลง” แต่ยังมีโจทย์ว่าการเติบโตที่เกิดขึ้นกำลังกระจายไปถึงธุรกิจ แรงงาน และครัวเรือนได้มากน้อยเพียงใด

การลงทุนเอกชนกำลังเป็นเครื่องยนต์สำคัญ
จุดเด่นที่สุดของไตรมาสนี้คือการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งเติบโต 13.4% เร่งขึ้นจาก 10.1% ในไตรมาสก่อน และสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส
การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นถึง 16.6% ขณะที่คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะธุรกิจดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
แรงส่งดังกล่าวทำให้สภาพัฒน์ปรับเพิ่มคาดการณ์การลงทุนภาคเอกชนทั้งปี 2569 จาก 3.7% เป็น 9.6%
นี่เป็นสัญญาณที่ดี เพราะการลงทุนวันนี้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตและศักยภาพของเศรษฐกิจในวันข้างหน้า
แต่การลงทุนจำนวนมากอยู่ในเครื่องจักร อุปกรณ์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูง ซึ่งยังต้องพึ่งพาสินค้านำเข้าค่อนข้างมาก
สิ่งที่ต้องติดตามคือ เงินลงทุนเหล่านี้จะเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการไทยได้มากแค่ไหน ทั้งผ่านการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ การพัฒนาซัพพลายเออร์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการยกระดับทักษะแรงงาน

ส่งออกโตแรง แต่นำเข้าก็พุ่งตาม
อีกเครื่องยนต์ที่ยังทำงานได้ดีคือการส่งออกสินค้า ซึ่งเติบโต 17.6% โดยมีสินค้าเทคโนโลยีเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ อาทิ อุปกรณ์โทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 129% ขณะที่ชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 65.5%
ขณะเดียวกัน การนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 42.3% สูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 12.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากที่ขาดดุลเพียง 0.3 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อน
ตัวเลขนี้ดูน่ากังวล แต่ก็ไม่ได้เป็นข่าวร้ายทั้งหมด เพราะการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุน ซึ่งเชื่อมโยงกับการลงทุนและการผลิต
หากถูกนำไปสร้างกำลังการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และต่อยอดเป็นการส่งออกในอนาคต ก็สามารถกลายเป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจได้

ส่งออกโต แต่ภาคการผลิตยังไม่ฟื้นตาม
สิ่งที่น่าคิดที่สุดของไตรมาสนี้คือ การส่งออกโต 17.6% ภาคการผลิตของไทยกลับขยายตัวเพียง 0.1% และอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยลดลงเหลือ 57.47% ต่ำสุดในรอบ 24 ไตรมาส
ขณะเดียวกัน การบริโภคภาคเอกชนชะลอจาก 3.3% ในไตรมาสแรก เหลือ 1.9% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงมาอยู่ที่ 50.3 ต่ำสุดในรอบ 14 ไตรมาส
ช่องว่างระหว่างตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่า แม้การส่งออกและการลงทุนจะเติบโตได้ดี แต่โรงงานจำนวนมากยังใช้กำลังการผลิตต่ำ ขณะที่ครัวเรือนยังระมัดระวังการใช้จ่าย การเติบโตของ GDP จึงอาจยังไม่ได้ส่งผ่านไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศอย่างเต็มที่

ท่องเที่ยวก็มีเรื่องราวคล้ายกัน
ภาคการท่องเที่ยวมีภาพที่แตกต่างกันระหว่างจำนวนนักท่องเที่ยวกับรายได้
ไตรมาส 2 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.56 ล้านคน ลดลง 4.4% จากปีก่อน แต่รายได้จากการท่องเที่ยวกลับปรับดีขึ้น
จำนวนนักท่องเที่ยวจึงอาจไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้มองการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว เพราะการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแต่ละคนก็มีส่วนสำคัญต่อรายได้ที่เข้าสู่เศรษฐกิจไทย

จากเงินลงทุน สู่รายได้ในประเทศ
สภาพัฒน์คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.0–2.5% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะเติบโต 9.6% และการส่งออกสินค้า 15.1%
ตัวเลขเหล่านี้บอกว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนและการส่งออก แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ แรงส่งเหล่านี้จะเชื่อมโยงกลับมาสู่เศรษฐกิจในประเทศได้มากแค่ไหน
จากโรงงานต่างชาติ → สู่ซัพพลายเออร์ไทย
จากเครื่องจักรใหม่ → สู่ผลิตภาพที่สูงขึ้น
จากการส่งออก → สู่การจ้างงานและค่าจ้าง
และจากเงินลงทุน → สู่รายได้ของครัวเรือน
เพราะยิ่งการลงทุนและการส่งออกเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในประเทศได้มากเท่าไร การเติบโตก็ยิ่งส่งต่อไปถึงธุรกิจ งาน และรายได้ของคนไทยได้มากขึ้นเท่านั้น
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 ส.ค. 2569 เวลา : 19:43:45
25-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! คืนวันนี้ 24 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนทางหลวงชนบท นบ.3004 ตัดถนนทางหลวงหมายเลข 346

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 ส.ค.69) ลบ 12.73 จุด ดัชนี 1,601.05 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 ส.ค.69) ลบ 14.46 จุด ดัชนี 1,599.32 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังทะลุ 4,500 เหรียญ และสามารถยืนเหนือ 4,600 เหรียญ ได้อย่างมั่นคง

5. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.40 - 33.00 เกาะติดพันธบัตรโลก

6. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.66 บาทต่อดอลลาร์

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (24 ส.ค.69) ลบ 6.90 จุด ดัชนี 1,606.88 จุด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (24 ส.ค.69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,300 บาท

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 ส.ค.69) "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคอีสาน 40% ภาคใต้ 30-40%

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.75 บาท/ดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ส.ค.69) บวก 3.79 จุด ดัชนี 1,613.78 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (21 ส.ค.69) บวก 8.77 จุด ดัชนี 1,618.76 จุด

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ส.ค.69) บวก 26.10 ดอลลาร์ รับความหวังดอกเบี้ยระยะยาวชะลอตัว

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 ส.ค.69) ร่วง 703.84 จุด หลังบอนด์ยีลด์พุ่ง ผิดหวังผลประกอบการ Walmart

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ส.ค.69) ภาคเหนือ-ภาคอีสาน ฝนตกหนัก 80% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 70% ภาคใต้ 40%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 25, 2026, 1:17 am