โลก: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงสูงหลังกรอบการเจรจา 60 วัน ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสิ้นสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม โดยปราศจากข้อตกลง สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจผ่านมาตรการปิดล้อมทางทะเลและเตรียมคว่ำบาตอิหร่านรอบใหม่ แต่เพิ่มความเสี่ยงที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการดันราคาน้ำมันโลกให้สูงขึ้นเพื่อกดดันเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่กำลังประสบปัญหาค่าครองชีพ การขาดดุลทางการคลัง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น
สหรัฐ: บอนด์ยีลระยะยาวลดลงชั่วคราวหลังกระทรวงการคลังประกาศเพิ่มวงเงินสูงสุดในการซื้อคืนพันธบัตร อายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี จาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ฯ เริ่มวันที่ 9 กันยายน ถึง 4 พฤศจิกายน 2569 อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวอาจช่วยพยุงตลาดได้เพียงระยะสั้น ตราบใดที่การขาดดุลงบประมาณยังสูงและเงินเฟ้อสูง จากภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น วิจัยกรุงศรีจึงคาดเฟดคงดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรอดูพัฒนาการของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลัง
จีน: เศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอลง (ดังรูป) โดยยอดค้าปลีกสินค้าขยายตัวชะลอลงสู่ 0.6% YoY ในเดือนกรกฎาคม ส่วนการลงทุนช่วง 7 เดือนแรกหดตัวเร่งขึ้น อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน (-37.6%) อสังหาฯ (-11.4%) และการผลิต (-4.4%) ขณะที่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงยังคงกดดันกำไรและการจ้างงาน ส่วนภาคอสังหาฯ ยังคงฉุดรั้งความมั่งคั่งของครัวเรือน ภาวะดังกล่าวสะท้อนว่า แม้การส่งออกเติบโตสูง แต่ผลบวกยังไม่ส่งผ่านไปสู่เศรษฐกิจภายในประเทศอย่างชัดเจน

ไทย: สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 ขยายตัว 2.0% YoY แต่ภาวะการเงินของ SMEs และครัวเรือนยังคงตึงตัว โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าการเติบโตของสินเชื่อดังกล่าวมาจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (+6.6%) ตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัวต่อเนื่องที่ -4.6% และ -0.6% ตามลำดับ ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ด้านสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 2.82% จากไตรมาสก่อนที่ 2.85% เนื่องจากการบริหารจัดการหนี้เสีย ทั้งการขายหนี้ การตัดหนี้สูญ และการปรับโครงสร้างหนี้
แม้สินเชื่อรวมและสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะขยายตัว แต่สินเชื่อธุรกิจ SMEs หดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังคงหดตัวเป็นปีที่ 3 ซึ่งสะท้อนว่าภาวะการเงินยังคงตึงตัว จากภาวะดังกล่าวประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังต่ำกว่าระดับศักยภาพ รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นสูงกว่ากรอบเป้าหมายของทางการเพียงชั่วคราวและคาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายภายในครึ่งแรกของปี 2570 วิจัยกรุงศรีจึงคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% ในการประชุมวันที่ 26 สิงหาคม นี้ เพื่อหนุนภาวะการเงินให้ผ่อนคลายเพียงพอและประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่อง
ข่าวเด่น