เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
"สวนดุสิตโพล" สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "คนไทยกับการรับมือภัยพิบัติ"


"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "คนไทยกับการรับมือภัยพิบัติ" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,241 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2569 สรุปผลได้ ดังนี้

1. จากสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ประชาชนกังวลเกี่ยวกับภัยพิบัติประเภทใดมากที่สุด

อันดับ 1 น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม 84.29%

อันดับ 2 พายุ ไต้ฝุ่น มรสุม ฝนตกหนัก 63.74%

อันดับ 3 แผ่นดินไหว อาคารถล่ม 58.50%

อันดับ 4 ภัยแล้ง ไฟป่า อากาศร้อนจัด 47.22%

อันดับ 5 สึนามิ 29.73%

2. ประชาชนคิดว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ภัยพิบัติเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นในปัจจุบันคืออะไร

อันดับ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน 69.70%

อันดับ 2 พฤติกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 66.00%

อันดับ 3 การทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติ 65.43%

3. ประชาชนมีการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภัยพิบัติอย่างไรบ้าง

อันดับ 1 ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ 64.46%

อันดับ 2 เพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน 51.17%

อันดับ 3 ศึกษาวิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ 48.27%

4. โดยภาพรวม ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทยได้เพียงใด

อันดับ 1 ไม่ค่อยเชื่อมั่น 53.19%

อันดับ 2 ค่อนข้างเชื่อมั่น 25.02%

อันดับ 3 ไม่เชื่อมั่น 19.94%

อันดับ 4 เชื่อมั่นมาก 1.85%

5. ประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรเร่งดำเนินการเรื่องใดมากที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยพร้อมรับมือภัยพิบัติ

อันดับ 1 แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดปัจจัยที่ทำให้ภัยพิบัติรุนแรงขึ้น 68.65%

อันดับ 2 เตรียมแผนอพยพ จุดปลอดภัย และการช่วยเหลือฉุกเฉิน 61.08%

อันดับ 3 จัดสรรงบประมาณสำหรับการป้องกันและรับมือภัยพิบัติโดยตรง 52.70%

อันดับ 4 พัฒนาการพยากรณ์และแจ้งเตือนภัยให้รวดเร็ว แม่นยำ 52.05%

อันดับ 5 ปรับปรุงระบบป้องกันและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เสี่ยง 49.88%

* หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการรับมือภัยพิบัติ” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,241 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 84.29 กังวลเกี่ยวกับภัยพิบัติประเภทน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มมากที่สุด โดยมองว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ภัยพิบัติเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ร้อยละ 69.70 สำหรับการเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 64.46 ระบุว่า จะติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.19 ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ โดยอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดปัจจัยที่ทำให้ภัยพิบัติรุนแรงขึ้นมากที่สุด ร้อยละ 68.65

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนว่าคนไทยกังวลภัยพิบัติที่ใกล้ตัว โดยมองว่า ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้จะเตรียมตัวรับมือด้วยตนเอง แต่ความเชื่อมั่นต่อการรับมือของรัฐบาล ยังค่อนข้างต่ำ รัฐจึงต้องเร่งสร้างความพร้อมทั้งก่อนเกิดเหตุ ระบบเตือนภัย การช่วยเหลือฉุกเฉิน และการเยียวยาหลังเกิดเหตุ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ดร.มณฑล สุวรรณประภา ประธานหลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า หากพิจารณาความถี่ของการเกิดภัยพิบัติในประเทศไทยตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าอุทกภัยยังคงเป็นวิกฤตการณ์สำคัญของประเทศ และหากจะพูดว่าปัญหาน้ำท่วมอยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานก็คงไม่ผิด แต่ความซ้ำซากอาจทำให้สังคมค่อย ๆ เคยชินและมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ ทั้งที่ความสูญเสียหลายส่วนสามารถป้องกันได้ ผลสำรวจยังสะท้อนว่า ประชาชนตระหนักมากขึ้นว่าภัยพิบัติไม่ได้เกิดจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หากยังเชื่อมโยงกับการกระทำของมนุษย์ โดยมีภาวะโลกร้อนเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์รุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงหวังให้

ภาครัฐเข้ามาแก้ไข แม้ในความหวังนั้นจะมีความไม่เชื่อมั่นซ่อนอยู่ ภาครัฐจึงต้องเปลี่ยนจากการรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การป้องกันและจัดการความเสี่ยงที่ต้นเหตุอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการสร้างความรู้และทักษะให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมและรับมือได้ด้วยตนเอง เพราะการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพไม่อาจเป็นหน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน ชุมชน และทุกภาคส่วนของสังคม

ดร.มณฑล สุวรรณประภา ประธานหลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 ก.ย. 2569 เวลา : 17:51:35
07-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 ก.ย.69) บวก 18.66 จุด ดัชนี 1,595.58 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (4 ก.ย.69) บวก 11.90 จุด ดัชนี 1,588.82 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยปรับขึ้นไปทดสอบบริเวณ 4,500 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไร และกลับมาทรงตัวเหนือ 4,470 เหรียญ

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 ก.ย.69) ภาคอีสาน ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (3 ก.ย.69) พุ่ง 624.16 จุด ขานรับผู้ว่าเฟดหนุนคงดอกเบี้ยเดือนนี้

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (3 ก.ย.69) พุ่ง 125.30 ดอลลาร์ รับแนวโน้มเฟดคงดอกเบี้ยเดือนนี้

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (4 ก.ย.2569) พุ่ง 650 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,600 บาท

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (4 ก.ย.69) บวก 7.31 จุด ดัชนี 1,584.23 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (4 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 3 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 2

12. ประกาศ กปน.: 3 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนเอกมัย

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (3 ก.ค.69) บวก 1.85 จุด ดัชนี 1,576.92 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (3 ก.ย.69) บวก 5.60 จุด ดัชนี 1,580.67 จุด

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 ก.ย.69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,000 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 7, 2026, 3:17 am