เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krunngthai COMPASS ถอดมุมมองธุรกิจผ่าน MD&A Q2/69 เมื่อ ME Conflict ยังคงยืดเยื้อ


• Krungthai COMPASS พบ 374 บริษัทที่ระบุว่าได้รับผลกระทบจาก ME Conflict ใน Q2/69 เพิ่มขึ้นเกือบ 12% จาก Q1/69 โดยบริษัทที่ระบุว่าได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเกือบทุกอุตสาหกรรม นำโดย AGRO, SERVICE และ PROPCON 

• Channels of Impact ของ ME Conflict ต่อภาคธุรกิจ ได้แก่

(1) ต้นทุนที่สูงขึ้น (Higher Costs) ยังเป็นช่องทางหลักและ ชัดเจนขึ้น โดยบริษัทส่วนใหญ่ระบุในรายงานว่าได้รับผลกระทบจากทิศทาง “ราคาน้ำมัน/พลังงาน” ที่ปรับตัวสูงขึ้น และส่งผ่านไปสู่ต้นทุนตลอด Supply Chain

(2) รายได้ลดลง (Revenue Decline) จาก “การชะลอซื้อสินค้าของผู้บริโภค” ตามภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น “การลดลงของนักท่องเที่ยวและผู้ป่วยต่างชาติ” จากการยกเลิกเที่ยวบิน และ “การส่งออกไปตะวันออกกลางลดลง” 

(3) ขาดแคลนวัตถุดิบ (Shortage) โดยเฉพาะ “กลุ่มพลาสติก” เนื่องจากไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบจาก ME ได้

• ภาคธุรกิจมองว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อ โดย 98% ของบริษัทที่ได้รับผลลบมองว่า ME Conflict ยืดเยื้อ และจับตาปัจจัยอื่น อาทิ “ภัยแล้ง” จะชัดขึ้นปลายปีจากเอลนีโญ ขณะที่ “AI/Data Center” จะเป็นแรงหนุนสำคัญสำหรับบางกลุ่ม

จากบทความ “ธุรกิจไทยพูดอะไรผ่าน MD&A?”1 ที่ฉายภาพผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง หรือ ME Conflict ผ่าน MD&A และ Operating Result ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Listed Company) ที่กว่า 90% ของบริษัทที่ได้รับผลด้านลบมีมุมมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวมีโอกาสยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้น

ผ่านมาหนึ่งไตรมาส Krungthai COMPASS อยากชวนผู้อ่านติดตามต่อว่า มุมมองของภาคธุรกิจ       ต่อ ME Conflict เปลี่ยนไปหรือไม่? และมีประเด็นอื่นที่มองว่ากดดันต่อการดำเนินงานบ้าง?

ภาคธุรกิจระบุถึง ME Conflict เป็นวงกว้างขึ้นใน Q2/69
 

 
Krungthai COMPASS พบบริษัทที่ระบุว่าได้รับผลจาก ME Conflict เพิ่มจำนวน 39 บริษัท จาก 335 บริษัท หรือ ~39% ของบริษัทที่ส่งรายงานในงวด Q1/69 มาที่ 374 บริษัท หรือ ~43% ใน Q2/69 

เกือบทุกอุตสาหกรรมต่างได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น นำโดย AGRO (เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) เพิ่มขึ้น 13 บริษัท ตามมาด้วย SERVICE (บริการ) และ PROPCON (อสังหาฯ และก่อสร้าง) เพิ่มขึ้นกลุ่มละ 7 บริษัท เมื่อประเมินรายงานของบริษัทที่กล่าวถึงผลของ ME Conflict งวด Q2/69 พบว่า

AGRO ระบุว่าเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน จากราคาพลังงานและค่าขนส่ง ที่ส่งผ่านไปยังต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ 

SERVICE ได้รับผลทั้งต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และรายได้ที่ลดลง จากการเดินทางท่องเที่ยวที่ชะลอลงและผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

PROPCON ส่วนใหญ่ได้รับผลจากต้นทุนสูงขึ้น อาทิ ราคาวัสดุก่อสร้าง และบางรายเผชิญแรงกดดันด้านดีมานด์จากค่าครองชีพที่สูงขึ้น

1ประเมิน Middle East Conflict: ธุรกิจไทยพูดอะไรผ่าน MD&A?

“Higher Costs” ยังเป็นช่องทางหลักของผลกระทบจาก ME Conflict
 
 
338 บริษัทระบุว่าได้รับผลกระทบด้านลบจาก ME Conflict ในช่วง Q2/69 ประกอบด้วยบริษัทที่ได้รับ    ผลลบ (Negative) 323 บริษัท และอีก 15 บริษัทที่ได้รับผลทั้ง 2 ทาง (Mixed) โดยพบว่า

“ต้นทุนสูงขึ้น” เป็นผลด้านลบที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คิดเป็น 61% เพิ่มขึ้น 11 ppt จากการประเมิน    ใน Q1/69 สาเหตุสำคัญมาจากราคาน้ำมันและพลังงานที่สูงขึ้น และถูกส่งผ่านไปสู่ต้นทุนวัตถุดิบตลอด Supply Chain กระทบธุรกิจที่พึ่งพาน้ำมันและพลังงาน อาทิ เม็ดพลาสติก บรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อจัดจำหน่าย

ผลด้านลบที่รองลงมาคือ “รายได้ลดลง” คิดเป็น 26% จาก Transport Disruption ทั้งเส้นทางการเดินเรือที่ไม่สามารถดำเนินได้ตามปกติ และเที่ยวบินที่ถูกยกเลิก กระทบธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออก สายการบิน โรงแรม และบริการท่องเที่ยว

ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ “ขาดแคลนวัตถุดิบ” คิดเป็น 7% โดยระบุว่าการขาดแคลนเม็ดพลาสติก และฮีเลียมชัดเจนขึ้น ทำให้การผลิตล่าช้า
 
 
นอกจากประเด็น ME Conflict แล้วใน Q2/69 ภาคธุรกิจยังเผชิญปัจจัยฉุดรั้ง/สนับสนุน อื่นๆ ได้แก่

ปัจจัยฉุดรั้ง (-) “ปัญหาด้านกำลังซื้อ” เป็นแรงกดดันหลักที่ทุกอุตสาหกรรมกล่าวถึง โดย AGRO, CONSUMP, FINCIAL และ PROPCON เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนบริษัทระบุว่าได้รับผลลบมากที่สุด (มากกว่า 20% ของบริษัทในอุตฯ) ขณะที่แรงกดดันจาก ปัญหาภัยแล้งและ US Tariff ผลกระทบอยู่ในวงจำกัด เฉพาะอุตสาหกรรมที่มี Exposure โดยตรง

ปัจจัยสนับสนุน (+) “AI และ Data Center” เป็นแรงหนุนเด่นใน Q2/69 สำหรับบางอุตฯ โดยเฉพาะ TECH และ RESOURC จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ Data Center ขณะที่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยหนุนกลุ่ม CONSUMP ผ่านมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ อาทิ ไทยช่วยไทยพลัส, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วน PROPCON ได้แรงหนุนจากการต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง และการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV
 
 
อะไรคือ “ปัจจัยฉุดรั้ง/สนับสนุน” ของธุรกิจในครึ่งหลังของปี 2569

“ME Conflict” เป็นความเสี่ยงที่ภาคธุรกิจมองว่ายืดเยื้อต่อเนื่อง โดยกว่า 98% ของบริษัทที่ได้รับผลกระทบด้านลบจาก ME Conflict ระบุว่าสถานการณ์อาจลากยาวในช่วงที่เหลือของปี 2569 กดดันต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบ

“ปัญหาภัยแล้ง” แรงกดดันที่ภาคธุรกิจส่งสัญญาณว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าผลกระทบจะเริ่มชัดเจนในช่วงปลายปี จากโอกาสเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่สูงขึ้น ทำให้ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรมีโอกาสลดลง กระทบธุรกิจที่พึ่งพาวัตถุดิบเกษตรและน้ำเป็นปัจจัยการผลิตเป็นหลัก

ด้านปัจจัยบวก “AI/Data Center” ยังเป็น Driver ที่ถูกระบุถึงมากที่สุดจากการลงทุนที่ขยายตัวต่อเนื่อง จะช่วยหนุนความต้องการด้านเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” ที่ช่วยพยุงการบริโภค ภาคธุรกิจมองว่าแรงส่งอาจชะลอลงหากไม่มีมาตรการใหม่เข้ามาทดแทน
 

 
Summary
จากการติดตามผลกระทบของ ME Conflict ต่อภาคธุรกิจไทยผ่าน MD&A และ Operating Result ของบริษัทจดทะเบียน (Listed Company) 

Krungthai COMPASS พบ 374 บริษัทที่ระบุว่าได้รับผลกระทบจาก ME Conflict ในงวด Q2/69 เพิ่มขึ้น 39 บริษัท หรือ +12% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนว่าผลกระทบขยายวงกว้างขึ้นเกือบทุกอุตสาหกรรม โดยกลุ่มที่ระบุผลกระทบเพิ่มขึ้นมากที่สุด นำโดย AGRO เพิ่มขึ้น 13 บริษัท ตามมาด้วย SERVICE และ PROPCON เพิ่มขึ้นกลุ่มละ 7 บริษัท 

338 บริษัทที่ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านลบจาก ME Conflict อธิบาย Channels of Impact ของเหตุการณ์นี้ต่อภาคธุรกิจ ได้แก่

ต้นทุนที่สูงขึ้น (Higher Costs) เป็นผลด้านลบที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดและชัดเจนขึ้น โดยบริษัทส่วนใหญ่ระบุว่าได้รับผลกระทบจากทิศทาง “ราคาน้ำมัน/พลังงาน” ที่ปรับตัวสูงขึ้น และถูกส่งผ่านไปสู่ต้นทุนวัตถุดิบตลอด Supply Chain 

รายได้ลดลง (Revenue Decline) จากการระบุ “การชะลอซื้อสินค้าของผู้บริโภค” ตลอดจน “การลดลงของนักท่องเที่ยวและผู้ป่วยต่างชาติ” และ “การส่งออกไปตะวันออกกลางลดลง” 

ขาดแคลนวัตถุดิบ (Shortage) โดยเฉพาะ “กลุ่มพลาสติก และฮีเลียม” เนื่องจากไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบจาก ME ได้ตามปกติ ทำให้การผลิตล่าช้า

ภาคธุรกิจไทยยังคงมองว่าสถานการณ์ ME Conflict มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดย 98% ของบริษัทที่ได้รับผลลบจาก ME Conflict ระบุว่าสถานการณ์มีโอกาสยืดเยื้อในช่วงที่เหลือของปี 2569 และยังจับตาปัจจัยอื่นที่กดดันและหนุนการดำเนินงาน อาทิ “ภัยแล้ง” ที่มีแนวโน้มจะเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปีจากความเสี่ยงปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจกระทบธุรกิจที่พึ่งพาผลผลิตทางการเกษตร ขณะที่ “AI/Data Center” ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญสำหรับบางกลุ่มอุตสาหกรรมจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขยายตัวต่อเนื่อง

วีระยา ทองเสือ
กณิศ อ่ำสกุล
ศูนย์วิจัย Krunngthai COMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 18 ก.ย. 2569 เวลา : 16:21:08
19-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (18 ก.ย.69) บวก 0.81 จุด ดัชนี 1,584.15 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นและยืนเหนือ 4,350 เหรียญ ได้อีกครั้ง หลังเมื่อวานขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,380 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (18 ก.ย. 69) บวก 3.55 จุด ดัชนี 1,586.89 จุด

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.40 บาท/ดอลลาร์

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (17 ก.ย.69) บวก 316.14 จุด ขานรับราคาน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ชะลอตัว

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (17 ก.ย.69) บวก 12.20 เหรียญ รับราคาน้ำมันชะลอตัว-ดอลลาร์อ่อนค่า

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (18 ก.ย.69) บวก 7.65 จุด ดัชนี 1,590.99 จุด

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (18 ก.ย.69) "ภาคอีสาน" ฝนตกหนักมาก 80% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 60% เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (18 ก.ย. 69) ปรับขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,300 บาท

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (18 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.27 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (17 ก.ย.69) บวก 20.61 จุด ดัชนี 1,583.34 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (17 ก.ย.69) บวก 16.77 จุด ดัชนี 1,579.50 จุด

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (16 ก.ย.69) บวก 54.70 ดอลลาร์ ก่อนตลาดรู้ผลประชุมเฟดขึ้นดอกเบี้ย

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (16 ก.ย.69) ร่วง 631.21 จุด หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกปีนี้

15. MTS Gold คาดราคาทองคำเผชิญแรงขายหนัก ส่งผลให้ราคาร่วงกว่า 130 เหรียญ ลงทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,235 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับขึ้นมาบริเวณ 4,300 เหรียญ ในช่วงเช้าวันนี้

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 19, 2026, 1:40 am