เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Scoop : จาก Data Center ถึง Zombie Firms เมื่อโจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยไม่ใช่แค่ "โต" แต่ต้องสร้าง "มูลค่าเพิ่ม"


       by วิภาดา จิณณวาโส
 
การลงทุน Data Center กำลังกลายเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ เพราะการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังสร้างความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลข้อมูลในระดับสูง ขณะที่ SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 และ 2570 จะขยายตัว 2.2% และ 2.1% ตามลำดับ โดยหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากวัฏจักรการลงทุน AI การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี

แต่ภาพการลงทุนที่เติบโตขึ้นไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง เพราะโครงสร้างการลงทุนและการส่งออกในกลุ่มดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ยังพึ่งพาสินค้านำเข้าในสัดส่วนสูง ขณะที่ผลประโยชน์จำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทต่างชาติ การเชื่อมโยงกับธุรกิจไทยและแรงงานในประเทศจึงยังมีข้อจำกัด นี่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ SCB EIC เรียกว่า “K-shaped Recovery” ที่ภาคส่วนหนึ่งขยายตัวได้ดี แต่ธุรกิจและครัวเรือนอีกจำนวนมากยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่

Data Center จึงกำลังเจอกับโจทย์ใหม่ จากเดิมที่การดึงดูดเงินลงทุนเข้าประเทศอาจเป็นเป้าหมายหลัก วันนี้โจทย์ต้องขยับไปอีกขั้นว่า เงินลงทุนที่เข้ามาจะสร้าง “มูลค่าเพิ่มในประเทศ” ได้มากเพียงใด
 

 
รัฐบาลจึงอยู่ระหว่างการทบทวนกรอบการพิจารณาโครงการ Data Center หลังการลงทุนเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบระเบียบเกี่ยวกับคณะกรรมการนโยบาย Data Center เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 และมอบหมายให้มีการทบทวนกรอบการพิจารณาโครงการให้คำนึงถึงประโยชน์ต่อประเทศ รวมถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและน้ำ ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนมากขึ้น

 
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) มองว่า การทบทวนนโยบายลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย เพราะหลายประเทศกำลังกลับมาพิจารณานโยบาย Data Center เช่นกัน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้ใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งไฟฟ้า น้ำ และมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จึงต้องหาสมดุลระหว่างการเปิดรับการลงทุนกับการบริหารต้นทุนที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโดยรวม

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าไทยสามารถดึง Data Center เข้ามาได้กี่โครงการ แต่อยู่ที่ว่าโครงการเหล่านั้นเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยมากแค่ไหน ทั้งในด้านผู้ผลิตและผู้ให้บริการในประเทศ การจ้างงาน ทักษะ เทคโนโลยี และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อเนื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากเงินลงทุนก้อนแรกเข้ามาแล้ว

เพราะหาก Data Center ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แต่เครื่องจักร อุปกรณ์ ระบบเทคโนโลยี และบริการสำคัญส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ผลประโยชน์ที่ตกอยู่กับเศรษฐกิจไทยก็อาจต่ำกว่ามูลค่าเงินลงทุนที่ปรากฏบนหน้ากระดาษ ขณะที่การลงทุนด้านดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงที่ผ่านมา ก็ยังมีลักษณะพึ่งพาสินค้าทุน วัตถุดิบ และสินค้าขั้นกลางจากต่างประเทศสูง

ดังนั้น เกณฑ์ใหม่ของ Data Center จึงควรมอง “คุณภาพของการลงทุน” ควบคู่กับ “ขนาดของการลงทุน” โดยเฉพาะการสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ การใช้บริการจากผู้ประกอบการไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และการต่อยอดไปสู่ธุรกิจดิจิทัลที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงการยกระดับผลิตภาพและการสร้างมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจไทย ยังมีอีกด้านที่ต้องมองควบคู่กัน นั่นคือ ธุรกิจเดิมจำนวนมากที่ยังไม่สามารถปรับตัวตามโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปได้ และหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนปัญหานี้คือ “Zombie Firms” หรือ บริษัทผีดิบ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่มีความสามารถในการทำกำไรไม่เพียงพอที่จะชำระภาระดอกเบี้ยจากหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

SCB EIC ใช้เกณฑ์พิจารณาธุรกิจที่มีอายุมากกว่า 3 ปี และมีผลการดำเนินงานที่สะท้อนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยไม่เพียงพอ โดยต้องพิจารณาต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี เพื่อแยกธุรกิจที่กำลังเผชิญปัญหาชั่วคราวออกจากธุรกิจที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างจริง ตัวเลขของ Zombie Firms จึงไม่ได้หมายความว่าธุรกิจเหล่านี้ “ไม่มีประโยชน์” หรือควรหายไปจากระบบเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะบางกิจการอาจเผชิญแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก เช่น การแข่งขันจากสินค้านำเข้า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งทำให้ธุรกิจที่เคยแข่งขันได้ต้องใช้เวลาปรับตัว

แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ หากสัดส่วนธุรกิจลักษณะนี้อยู่ในระดับสูงหรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะสะท้อนว่าทรัพยากรจำนวนหนึ่งของเศรษฐกิจกำลังถูกตรึงอยู่ในกิจกรรมที่มีผลิตภาพต่ำ ทั้งเงินทุน แรงงาน ผู้ประกอบการ ตลอดจนพื้นที่และทรัพยากรอื่นๆ ขณะที่ทรัพยากรเหล่านี้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพสูงกว่าได้เต็มที่ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ของเศรษฐกิจ เพราะเงินทุนที่อยู่กับธุรกิจซึ่งไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เพียงพอ ย่อมหมายถึงเงินทุนที่ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้กับกิจการใหม่ที่มีศักยภาพมากกว่า เช่นเดียวกับแรงงานที่ยังอยู่ในธุรกิจซึ่งผลิตภาพต่ำ ทั้งที่อาจสามารถย้ายไปทำงานในกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่าได้ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่การที่บริษัทหนึ่งบริษัทมีผลประกอบการไม่ดี แต่เมื่อ Zombie Firms มีจำนวนมากขึ้น ปัญหาจะเปลี่ยนจากระดับบริษัทไปเป็นระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพราะการจัดสรรทรัพยากรจะชะลอตัว และทำให้ผลิตภาพโดยรวมของประเทศเติบโตได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

 
ข้อมูลของ SCB EIC ยังพบว่า Zombie Firms ในกลุ่ม SMEs มีสัดส่วนประมาณ 12% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยธุรกิจขนาดเล็กมีโอกาสเข้าสู่ภาวะดังกล่าวสูงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ เมื่อพิจารณาเป็นรายอุตสาหกรรม กลุ่มที่มีสัดส่วน Zombie Firms สะสมสูง ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และร้านอาหารหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร

ภาพนี้สะท้อนความเปราะบางของธุรกิจไทยอีกด้านหนึ่ง เพราะ SMEs ไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาความต้องการซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่ยังต้องรับแรงกดดันจากต้นทุน การแข่งขันจากต่างประเทศ การเข้าถึงสินเชื่อที่จำกัด และข้อจำกัดในการลงทุนเพื่อปรับใช้เทคโนโลยี เมื่อธุรกิจไม่สามารถเพิ่มรายได้หรือผลิตภาพได้เร็วพอ ภาระหนี้ก็จะยิ่งทำให้การปรับตัวทำได้ยากขึ้น

ดร.ยรรยงจึงมองว่า การมี Zombie Firms ไม่ได้แปลว่าทุกรายต้องถูกปล่อยให้ล้ม แต่ควรแยกให้ออกว่าธุรกิจใดยังมีศักยภาพในการปรับตัว และธุรกิจใดไม่สามารถกลับมาแข่งขันได้อีกแล้ว สำหรับธุรกิจที่ยังมีศักยภาพ การช่วยให้ปรับตัว เพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน หรือเปลี่ยนไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้ทรัพยากรเดิมกลับมาสร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง

ในทางกลับกัน หากธุรกิจไม่สามารถปรับตัวได้ การปล่อยให้ทรัพยากรเคลื่อนย้ายออกจากกิจการเหล่านั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของกลไกที่ทำให้เศรษฐกิจสามารถจัดสรรทุนและแรงงานไปยังภาคส่วนที่มีผลิตภาพสูงกว่าได้ การปรับโครงสร้างจึงไม่ควรถูกมองเพียงในมิติของการ “ช่วยธุรกิจให้อยู่รอด” แต่ต้องมองด้วยว่าทำอย่างไรให้แรงงาน เงินทุน และผู้ประกอบการสามารถเคลื่อนเข้าสู่กิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น

 
เมื่อมองกลับมาที่ Data Center ภาพจึงเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน การดึงดูดการลงทุนใหม่เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ในเวลาเดียวกัน ประเทศต้องสามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปยังการลงทุนที่สร้างผลิตภาพและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นด้วย ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจอาจเกิดภาพที่มี “เครื่องยนต์ใหม่” โตเร็ว ขณะที่เครื่องยนต์เดิมจำนวนมากยังติดอยู่กับปัญหาหนี้ ผลิตภาพต่ำ และไม่สามารถปรับตัวได้

ในมุมนี้ Data Center จึงไม่ควรถูกประเมินเพียงจากจำนวนโครงการหรือมูลค่าเงินลงทุน แต่ควรมองต่อไปถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สามารถต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวได้ ไม่ว่าจะเป็นบริการคลาวด์และดิจิทัล การพัฒนา AI ระบบอัตโนมัติ ธุรกิจซอฟต์แวร์ อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงธุรกิจที่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานใหม่

SCB EIC มองว่ากลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานสะอาด สุขภาพ และบริการที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าสู่ระบบดิจิทัลหรือการเปลี่ยนผ่านสีเขียว ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่มีโอกาสเติบโตตามโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าไทยได้ประโยชน์มากน้อยเพียงใด ไม่ใช่เพียงการเลือกว่าจะส่งเสริมอุตสาหกรรมใด หากอยู่ที่ความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทยและแรงงานไทย

โจทย์นี้ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารต้นทุนทรัพยากร โดยเฉพาะไฟฟ้า เพราะ Data Center ต้องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องและในปริมาณสูง ดร.ยรรยงชี้ว่าราคาค่าไฟฟ้าเป็นหนึ่งในประเด็นที่ควรพิจารณา เพราะราคาควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงต่อเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันการใช้พลังงาน น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศก็ควรถูกนำมาคิดร่วมกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่โครงการสร้างขึ้น

หมายความว่า Data Center ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ไทยสูงกว่า ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพกว่า เชื่อมโยงกับธุรกิจไทยมากกว่า และยกระดับทักษะแรงงานได้มากกว่า ย่อมมีคุณลักษณะแตกต่างจากโครงการที่นำเงินลงทุนเข้ามา แต่สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศต่อเนื่องเพียงเล็กน้อย

ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งเรื่อง Data Center และ Zombie Firms กำลังสะท้อนโจทย์เดียวกันของเศรษฐกิจไทย นั่นคือ “การจัดสรรทรัพยากร” ในช่วงที่โครงสร้างเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนผ่าน ประเทศจำเป็นต้องเปิดพื้นที่ให้เงินทุนใหม่ไหลเข้าสู่กิจกรรมที่มีศักยภาพสูง ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยให้ธุรกิจเดิมที่ยังมีศักยภาพสามารถปรับตัวและเพิ่มผลิตภาพได้ และเปิดทางให้ทรัพยากรจากกิจกรรมที่ไม่สามารถแข่งขันได้เคลื่อนย้ายไปสู่กิจกรรมใหม่

ดังนั้น ความสำเร็จของนโยบาย Data Center จึงไม่ได้วัดจากการมีโครงการขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับการแก้ปัญหา Zombie Firms ก็ไม่ได้หมายถึงการพยายามรักษาทุกธุรกิจให้อยู่รอด แต่คือการทำให้เงินทุน แรงงาน เทคโนโลยี และผู้ประกอบการสามารถเคลื่อนไปอยู่ในจุดที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากที่สุด หากไทยทำให้เงินลงทุนใหม่เชื่อมต่อกับธุรกิจไทยได้มากขึ้น พร้อมกับช่วยให้ธุรกิจเดิมที่มีศักยภาพยกระดับผลิตภาพและเปิดทางให้ทรัพยากรเคลื่อนออกจากกิจกรรมที่ไม่สามารถปรับตัวได้ เศรษฐกิจไทยก็จะมีโอกาสเปลี่ยนจากการมีการลงทุนเพิ่ม ไปสู่การ “สร้างผลิตภาพเพิ่ม” ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญกว่าตัวเลขเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวในการทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจส่งผ่านไปยังธุรกิจและแรงงานในวงกว้าง

LastUpdate 20/09/2569 21:58:04 โดย : Admin
21-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 21 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหลถนนสี่พระยาตัดถนนเจริญกรุง

2. ประกาศ กปน.: 21 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชปรารภตัดถนนศรีอยุธยา

3. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (18 ก.ย.69) บวก 0.81 จุด ดัชนี 1,584.15 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นและยืนเหนือ 4,350 เหรียญ ได้อีกครั้ง หลังเมื่อวานขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,380 เหรียญ

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (18 ก.ย. 69) บวก 3.55 จุด ดัชนี 1,586.89 จุด

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.40 บาท/ดอลลาร์

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (17 ก.ย.69) บวก 316.14 จุด ขานรับราคาน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ชะลอตัว

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (17 ก.ย.69) บวก 12.20 เหรียญ รับราคาน้ำมันชะลอตัว-ดอลลาร์อ่อนค่า

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (18 ก.ย.69) บวก 7.65 จุด ดัชนี 1,590.99 จุด

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (18 ก.ย.69) "ภาคอีสาน" ฝนตกหนักมาก 80% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 60% เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ (18 ก.ย. 69) ปรับขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,300 บาท

12. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (18 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.27 บาทต่อดอลลาร์

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (17 ก.ย.69) บวก 20.61 จุด ดัชนี 1,583.34 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (17 ก.ย.69) บวก 16.77 จุด ดัชนี 1,579.50 จุด

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (16 ก.ย.69) บวก 54.70 ดอลลาร์ ก่อนตลาดรู้ผลประชุมเฟดขึ้นดอกเบี้ย

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 21, 2026, 5:15 am