หุ้นทอง
โครงการไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) บรรเทาภาระค่าครองชีพ ดูแลเศรษฐกิจฐานราก ฝ่าวิกฤตพลังงานไปด้วยกัน



 
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับลดกรอบวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติสำหรับดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) และอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” ประกอบด้วย (1) โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม (โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ) และ (2) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)(เพิ่มเติม) เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ยังคงมีแนวโน้มยืดเยื้อและไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด อันส่งผลต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพและผู้ประกอบการ ผ่านแหล่งเงินเพิ่มเติมภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน (แผนงานหรือโครงการที่ 1) ตามบัญชีท้าย พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 โดยในระยะสั้นหากไม่ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม จะส่งผลให้กำลังซื้อของภาคครัวเรือนและการบริโภคภาคเอกชนซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยลดลงและอาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวในอัตราที่ต่ำมาก ควบคู่กับอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

 
โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” จะมุ่งเน้น (1) การช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) และ (2) การบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองกำลังซื้อภาคประชาชนรวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ 
 
โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางทางด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน จึงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงจากสถานการณ์วิกฤตความผันผวนของราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพิ่มเติมให้แก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นจำนวน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน (จากเดิมได้รับวงเงินจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน และได้เพิ่มอีกจำนวน 700 บาทต่อคนต่อเดือน) ในเดือนตุลาคม 2569

2. โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)

โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงมีแนวโน้มยืดเยื้อ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐให้การสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ให้แก่ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) เพื่อนำไปใช้จ่ายกับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)

2.1 ระยะเวลาโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

2.1.1) การยืนยันสิทธิของประชาชน เปิดให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติครบถ้วน
มากดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 1 - 15 ตุลาคม 2569

2.1.2) การยืนยันสิทธิของผู้ประกอบการ เปิดให้ผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มากดยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569

2.1.3) การใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) (เวลา 06.00 - 23.00 น.) หรือผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) และเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) (เวลา 06.00 - 21.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

2.2 กลุ่มเป้าหมาย

2.2.1) ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน

2.2.2) ผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรฯ ปี 69 ทั้งกลุ่มผู้มีบัตรฯ ปี 65 เดิม และกลุ่มที่ลงทะเบียนใหม่
โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย 2) มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ยืนยันเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) 3) มีบัตรประจำตัวประชาชน 4) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส และ (7) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

2.3 การใช้จ่าย
ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตราร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน โดยสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้ระหว่างเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2569 (2 เดือน) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) หรือซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) โดยรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางจะดำเนินการโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป                             
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) จะเป็นการช่วยเหลือประชาชน
ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง จะช่วยสนับสนุนให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและสภาพคล่องได้อย่างเหมาะสมในช่วงที่ค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ก.ย. 2569 เวลา : 13:12:01
23-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 23 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนคู่ขนานทางพิเศษกาญจนาภิเษก (ด้านใต้)

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (22 ก.ย. 69) บวก 6.41 จุด ดัชนี 1,604.44 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (22 ก.ย.69) บวก 11.34 จุด ดัชนี 1,609.37 จุด

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (21 ก.ย.69) ร่วง 41 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

5. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงจาก แรงขายทำกำไรและดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ราคาลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,322 เหรียญ ก่อนกลับมาทรงตัวแถว 4,350 เหรียญ

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (22 ก.ย.69) บวก 6.51 จุด ดัชนี 1,604.54 จุด

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ก.ย.69) อุตุฯเตือน "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 80% ภาคกลาง 70% ภาคอีสาน-ภาคใต้ 60% ภาคเหนือ 40%

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (21 ก.ย.69) พุ่ง 366.19 จุด ขานรับน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ร่วง

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (22 ก.ย.69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,300บาท

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (22 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.22 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ก.ย.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,598.03 จุด บวก 13.88 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.88% มูลค่าการซื้อขาย 68,454.74 ล้านบาท

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (21 ก.ย.69) บวก 9.45 จุด ดัชนี 1,593.60 จุด

14. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา Fed ความตึงเครียดตะวันออกกลาง และมาตรการการค้าสหรัฐฯ

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ก.ย.69) อุตุฯ เตือน "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 80% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 23, 2026, 3:35 am