แบงก์-นอนแบงก์
เคทีซี - วิมุต ชี้คนไทยเสี่ยงโรคหัวใจโดยไม่รู้ตัว เตือนจับตา 5 ตัวชี้วัดสุขภาพก่อนสายเกินแก้


 

คนไทยจำนวนมากอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่กำลังสะสมความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ผ่านความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ทั้งระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน ความดันโลหิต รอบเอว และมวลกล้ามเนื้อ ขณะที่ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในปี 2568 พบว่ายอดใช้จ่ายด้านการตรวจสุขภาพเติบโตมากกว่าร้อยละ 50 สะท้อนแนวโน้มความสนใจด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสมาชิก เคทีซีจึงร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ถ่ายทอดองค์ความรู้ภายใต้แนวคิด “Metabolic First, Heart Forward: โรคหัวใจไม่ได้เริ่มที่หัวใจ” ชวนคนไทยรู้เท่าทันความเสี่ยงจากต้นทางก่อนโรคจะส่งสัญญาณ
 
 
นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และแพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน กล่าวว่า “โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการของคนไทย ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเพิ่งทราบถึงความผิดปกติ เมื่อเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจล้มเหลวแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนผ่านความผิดปกติของระบบเมตาบอลิกมาเป็นเวลานาน”
 
 
“สิ่งสำคัญคือการมองเห็นความเสี่ยงตั้งแต่วันที่ร่างกายยังไม่แสดงอาการ ปัจจุบันเราพบปัจจัยเสี่ยงด้านเมตาบอลิกในวัยทำงานและคนอายุน้อยมากขึ้น โดยหลายคนยังเข้าใจว่าตนเองมีสุขภาพดี ทั้งที่อาจมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ไขมันในช่องท้อง ความดันโลหิตสูง หรือระดับ LDL สูงจากพันธุกรรมซ่อนอยู่ ปัจจุบันเราทราบชัดขึ้นว่า เบาหวาน โรคไต ไขมันพอกตับ และโรคหัวใจ ไม่ได้เป็นโรคที่แยกขาดจากกัน แต่เป็นเครือข่ายความเสี่ยงที่มีรากฐานร่วมกัน การประเมินสุขภาพจึงควรมองภาพรวมของร่างกาย ทั้งข้อมูลสุขภาพ โรคร่วม พฤติกรรมการใช้ชีวิต การนอน การออกกำลังกาย และประวัติครอบครัว เพื่อให้สามารถจัดการความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้นทาง”
 
 
ด้าน นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน กล่าวว่า “สุขภาพเมตาบอลิกไม่ได้สะท้อนผ่านน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน 5 ด้าน ได้แก่ 1. ระดับน้ำตาลในเลือด 2. ระดับไขมันในเลือด 3. ความดันโลหิต 4. รอบเอว และ 5. มวลกล้ามเนื้อ เพราะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สัญญาณเงียบที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ รอบเอวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ความดันโลหิตสูงกว่าปกติ ระดับน้ำตาลขณะอดอาหารอยู่ระหว่าง 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือค่า HbA1c อยู่ระหว่าง  ร้อยละ 5.7-6.4 รวมถึงภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง HDL ต่ำ ไขมันพอกตับ และสมรรถภาพร่างกายที่ลดลง เช่น ลุกจากเก้าอี้ยาก เดินช้าลง หรือสูญเสียมวลกล้ามเนื้อโดยไม่ตั้งใจ ทั้งนี้ ค่าอ้างอิงและแนวทางติดตามควรอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์ผู้ดูแล”
 
“หลายคนให้ความสำคัญกับน้ำหนักตัวหรือค่า BMI แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่มีน้ำหนักปกติก็อาจมีไขมันสะสมในช่องท้อง ภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือมวลกล้ามเนื้อน้อยได้ โดยเฉพาะผู้ที่นั่งทำงานเป็นเวลานาน ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้สูงอายุควรเฝ้าระวังภาวะ “อ้วนร่วมกับมวลกล้ามเนื้อน้อย” (Sarcopenic Obesity) ซึ่งอาจซ่อนอยู่ภายใต้น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง      ไม่มาก แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน ภาวะเปราะบาง และการสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำหรือนักกีฬา ก็อาจมีจุดบอดด้านสุขภาพได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาวะไขมันสูงจากพันธุกรรม ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจที่ยังไม่แสดงอาการ จึงไม่ควรใช้รูปร่างหรือระดับความฟิตเป็นตัวตัดสินสุขภาพเพียงอย่างเดียว”
 
 
“อีกหนึ่งสัญญาณที่พบได้บ่อยแต่ถูกมองข้าม คือการนอนกรนเสียงดัง สะดุ้งคล้ายขาดอากาศระหว่างนอน หรือง่วงผิดปกติในเวลากลางวัน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับและสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคเมตาบอลิกบางชนิด ความผิดปกติทางเมตาบอลิกในระยะแรกมักไม่ก่อให้เกิดอาการ โดยเฉพาะภาวะก่อนเบาหวานซึ่งยังเป็นช่วงที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดความเสี่ยงในอนาคตได้ ความถี่ในการติดตามผลสุขภาพขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล โดยบางกรณีอาจพิจารณาประเมินซ้ำภายใน 3-6 เดือน หรือเป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์ โดยโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ได้จัดตั้งศูนย์สุขภาพเมตาบอลิกและต่อมไร้ท่อ ที่มุ่งเน้นการค้นหาปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยอาศัยความร่วมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ ต่อมไร้ท่อ เมตาบอลิซึม โภชนาการ และเวชศาสตร์ป้องกัน เพื่อประเมินและวางแผนดูแลที่เหมาะสมตามปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล”
 
 
นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในปี 2568 พบว่ายอดใช้จ่ายด้านการตรวจสุขภาพเติบโตมากกว่าร้อยละ 50 และยอดใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาลเติบโตร้อยละ 6 จากปีก่อน โดยสมาชิกอายุ 50 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 50 ของยอดใช้จ่ายในหมวดดังกล่าว สะท้อนแนวโน้มความสนใจด้านการประเมินความเสี่ยงและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสมาชิก”
 
“การพัฒนา KTC Wellness Ecosystem ภายใต้แนวคิด ‘KTC Wellness: The Journey to Well-being’ เพื่อเชื่อมสมาชิกเข้ากับองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และบริการสุขภาพจากพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การฉีดวัคซีน การออกกำลังกาย และบริการด้านเวลเนส พร้อมออกแบบสิทธิประโยชน์เพื่อสนับสนุนให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้และทำได้อย่างต่อเนื่อง”
 
แนวคิด “Metabolic First, Heart Forward” จึงไม่ใช่การชวนให้ทุกคนกังวลกับผลตรวจสุขภาพ แต่เป็นการชวนให้หันมารู้จักและติดตาม 5 ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ น้ำตาล ไขมัน ความดันโลหิต รอบเอว และมวลกล้ามเนื้อ เพราะตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนที่โรคหัวใจและโรคเรื้อรังจะปรากฏอาการ การรู้เท่าทันความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนอนาคตสุขภาพในวันข้างหน้า

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ก.ย. 2569 เวลา : 14:51:49
22-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (22 ก.ย.69) บวก 11.34 จุด ดัชนี 1,609.37 จุด

2. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (21 ก.ย.69) ร่วง 41 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงจาก แรงขายทำกำไรและดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ราคาลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,322 เหรียญ ก่อนกลับมาทรงตัวแถว 4,350 เหรียญ

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (22 ก.ย.69) บวก 6.51 จุด ดัชนี 1,604.54 จุด

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ก.ย.69) อุตุฯเตือน "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 80% ภาคกลาง 70% ภาคอีสาน-ภาคใต้ 60% ภาคเหนือ 40%

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (21 ก.ย.69) พุ่ง 366.19 จุด ขานรับน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ร่วง

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (22 ก.ย.69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,300บาท

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (22 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.22 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ก.ย.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,598.03 จุด บวก 13.88 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.88% มูลค่าการซื้อขาย 68,454.74 ล้านบาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (21 ก.ย.69) บวก 9.45 จุด ดัชนี 1,593.60 จุด

12. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา Fed ความตึงเครียดตะวันออกกลาง และมาตรการการค้าสหรัฐฯ

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ก.ย.69) อุตุฯ เตือน "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 80% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60%

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ก.ย. 69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,750 บาท

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ก.ย. 69) บวก 6.94 จุด ดัชนี 1,591.09 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 22, 2026, 5:23 pm