แบงก์-นอนแบงก์
ทีทีบี เปิดมุมมอง "3 กระเป๋าเงิน" สู่เป้าหมายเกษียณ ผ่านกิจกรรม fintalk เสริมทักษะการเงินและการลงทุนแก่พนักงาน



 
ทีทีบี มุ่งสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการเงินที่จำเป็นในทุกช่วงชีวิต จัดกิจกรรม fintalk "วางแผนถูกวัย เกษียณได้ตามเป้า" เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการวางแผนเกษียณและการลงทุนระยะยาว โดยได้รับเกียรติจาก คุณศักดา สรรพปัญญาวงศ์ Co-Founder & CEO Avenger Planner และ คุณทัตพล เมธีวิริยาภรณ์ (แก๊ปเปอร์) เจ้าของ MoneyStudio.co และครูสอนทักษะการจัดการเงิน มาร่วมแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ด้านการบริหารเงิน การลงทุน และการเตรียมพร้อมสู่การเกษียณ เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถวางแผนอนาคตทางการเงินได้อย่างมั่นใจและมีเป้าหมายที่ชัดเจน

โดยสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญของคนทำงานในปัจจุบัน ที่ไม่เพียงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ แต่ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการมีอายุยืนยาวขึ้น หรือ Longevity Risk ซึ่งอาจทำให้เงินออมที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตหลังเกษียณ หากไม่มีการวางแผนอย่างเหมาะสม

เริ่มต้นวางแผนเกษียณด้วยการตั้งเป้าหมายทางการเงิน
หนึ่งในคำถามสำคัญที่หลายคนมักไม่เคยคิดอย่างจริงจังคือ “หลังเกษียณต้องมีเงินเท่าไรจึงจะเพียงพอ”
จากการสำรวจค่าใช้จ่ายพื้นฐานในปัจจุบันและนำมาคำนวณผลกระทบจากเงินเฟ้อในระยะยาว ตัวอย่างเช่น หากปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 30,000 บาทต่อเดือน ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 60,000 บาทต่อเดือน หรือราว 720,000 บาทต่อปี ส่งผลให้เงินก้อนสำหรับรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณเป็นเวลา 20 ปี อาจต้องมีมากถึงประมาณ 14.4 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังควรเผื่อค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ ค่าซ่อมแซมบ้านหรือรถยนต์ ซึ่งมักเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่เกิดบ่อยขึ้นในช่วงวัยเกษียณ

แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจดูเป็นเป้าหมายที่ห่างไกล แต่หากเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้ และรู้จักใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่แล้ว ก็สามารถสร้างความพร้อมทางการเงินในระยะยาวได้

สำรวจ “3 กระเป๋าเงิน” ที่ช่วยสร้างความมั่นคงหลังเกษียณ
อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญของกิจกรรม คือการชวนพนักงานสำรวจแหล่งเงินออมเพื่อการเกษียณที่หลายคนมีอยู่แล้ว แต่ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มศักยภาพ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กระเป๋าหลัก

กระเป๋าใบที่ 1 : รัฐให้ เป็นสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม
สำหรับพนักงานประจำที่ส่งเงินสมทบประกันสังคมเกิน 15 ปี จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ เป็นรายเดือนตลอดชีวิต โดยในอนาคตเมื่อมีการปรับเพดานฐานเงินเดือนสำหรับคำนวณสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานก็มีโอกาสได้รับเงินบำนาญในระดับที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่ทราบว่า เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และออกจากงานแล้ว จำเป็นต้องยื่นเรื่องเพื่อขอรับสิทธิ์ด้วยตนเอง หากไม่ดำเนินการยื่นเรื่อง จะยังไม่สามารถรับเงินบำนาญได้

นอกจากนี้ ยังมี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งแม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเสริมรายได้หลังเกษียณ

กระเป๋าใบที่ 2 : บริษัทให้ ถือเป็นแหล่งเงินสะสมสำคัญของมนุษย์เงินเดือน
เครื่องมือที่สำคัญที่สุดคือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD) ซึ่งเป็นการออมเงินร่วมกันระหว่างพนักงานและนายจ้าง โดยแนะนำว่าไม่ควรเลือกอัตราสะสมขั้นต่ำเพียงอย่างเดียว แต่ควรทยอยเพิ่มสัดส่วนเงินสะสมตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุและระดับความเสี่ยงที่รับได้ เพราะการปรับสัดส่วนเพียงเล็กน้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจสร้างความแตกต่างของเงินออมในวันเกษียณได้หลายล้านบาท

อีกส่วนหนึ่งคือ เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน สำหรับพนักงานที่ทำงานจนถึงวัยเกษียณตามเกณฑ์ขององค์กร ซึ่งถือเป็นเงินก้อนสำคัญที่ควรนำมาวางแผนล่วงหน้า ทั้งในมุมของการใช้จ่ายและการบริหารภาษี

กระเป๋าใบที่ 3 : สร้างด้วยตัวเอง จากวินัยการลงทุนระยะยาว
แม้จะมีสิทธิประโยชน์จากภาครัฐและองค์กร แต่โดยส่วนใหญ่มักยังไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณ จึงจำเป็นต้องสร้างเงินออมเพิ่มเติมด้วยตัวเอง หนึ่งในทางเลือกยอดนิยมคือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งช่วยสร้างวินัยการลงทุนระยะยาว พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ขณะที่ ประกันบำนาญ เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความแน่นอนของรายได้หลังเกษียณ โดยสามารถเลือกรับเงินบำนาญเป็นรายเดือนหรือรายปี ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายพื้นฐานในอนาคตได้

นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดความมั่งคั่งผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ หุ้นไทย หรือหุ้นต่างประเทศ โดยควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจความเสี่ยง และจัดพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง

วางแผนให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย
แนวทางบริหารการเงินตามช่วงอายุ เริ่มจากวัยเริ่มต้นทำงานควรให้ความสำคัญกับการสร้างวินัยทางการเงิน หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ก้อนใหญ่เกินความจำเป็น พัฒนาความรู้และศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเริ่มลงทุนทันทีเพื่อใช้ประโยชน์จากพลังของดอกเบี้ยทบต้น

ขณะเดียวกัน ควรระมัดระวังปัญหา Lifestyle Inflation หรือการเพิ่มระดับการใช้จ่ายตามรายได้ที่มากขึ้น เพราะอาจทำให้รายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินออมและการลงทุนได้อย่างที่ตั้งใจ

สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรมุ่งเน้นการลดภาระหนี้ เร่งสะสมเงินออมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเกษียณ และปรับพอร์ตการลงทุนให้มีความเสี่ยงเหมาะสมมากขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบจากความผันผวนของตลาดในช่วงใกล้เกษียณ

คุณศักดา กล่าวทิ้งท้ายว่า “หลายคนมองว่าการวางแผนเกษียณเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วการเกษียณเริ่มต้นตั้งแต่วันที่เราได้รับรายได้ครั้งแรก เพราะปัจจัยสำคัญที่สุดของการสร้างความมั่นคงทางการเงินไม่ใช่จำนวนเงินที่มีอยู่ในวันนี้ แต่คือ "ระยะเวลา" ที่เปิดโอกาสให้เงินออมและการลงทุนเติบโตผ่านพลังของดอกเบี้ยทบต้น ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นเรื่องของวันนี้ ค่อย ๆ สร้างจากพื้นฐานที่มีให้ดีที่สุด ใช้ประโยชน์จากสิทธิที่ภาครัฐมอบให้ ต่อยอดจากสวัสดิการที่องค์กรมี และเติมเต็มด้วยวินัยของตัวเอง เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยเริ่มต้นทำงาน วัยสร้างความมั่งคั่ง หรือวัยใกล้เกษียณ การลงมือทำตั้งแต่วันนี้ย่อมดีกว่าการรอให้พร้อมในวันหน้าเสมอ"

กิจกรรม fintalk ครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของทีทีบีในการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเสริมสร้างทักษะสำคัญในการบริหารจัดการเงิน วางแผนอนาคต และเตรียมความพร้อมสู่การเกษียณอย่างมีคุณภาพ อันนำไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งในวันนี้และอนาคต

#fintipsbytttb #ทีทีบีฟินทิป
#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต
#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ต.ค. 2569 เวลา : 15:51:45
06-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 5.77 จุด ดัชนี 1,582.22 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 10.03 จุด ดัชนี 1,586.48 จุด

3. อุตุฯ ประกาศเตือน 9 -13 ต.ค. "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

4. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในโซนล่างบริเวณ 4,140 - 4,160 เหรียญ ท่ามกลางแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าบริเวณ 102 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 ต.ค.69) ลบ 5.50 เหรียญ เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง-ดอลลาร์แข็งกดดันตลาด

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (5 ต.ค.69) บวก 90.94 จุด หลังราคาน้ำมันลด จับตาผลประกอบการ-รายงานประชุมเฟด

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.69 บาทต่อดอลลาร์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 ต.ค.69) ทั่วไทยฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝนฟ้าคะนอง 70% ภาคใต้ 60% ภาคอีสาน 40%

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (6 ต.ค.69) ปรับลดลง 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,700 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 3.41 จุด ดัชนี 1,579.86 จุด

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

12. ประกาศ กปน.: 8 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบางนา-ตราด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (5 ต.ค.69) บวก 4.83 จุด ดัชนี 1,576.45 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 ต.ค.69) บวก 1.18 จุด ดัชนี 1,572.80 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ราคายังสามารถรักษาระดับเหนือ 4,100 เหรียญ ได้ มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,200 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 6, 2026, 6:59 pm