เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "คนไทยยังเสี่ยงว่างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่"


ภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน

หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กจบใหม่ยังว่างงานในสัดส่วนสูง คือ ปัญหา Skills Mismatch ซึ่งหากพิจารณา ด้านอุปสงค์ คาดว่า ในช่วงปี 2568-2572 ไทยจะมีความต้องการแรงงานทักษะสูง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย อีกราว 1.1 ล้านตำแหน่ง โดยเฉพาะในอุตสาหรรมการบินและโลจิสติกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม รวมถึงดิจิทัล (สัดส่วนรวมกันกว่า 69%)

สวนทางกับ ด้านอุปทาน ที่พบว่า เด็กไทยมากกว่า 60% ยังจบการศึกษาในสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ขณะที่ สัดส่วนเด็กที่จบด้าน STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) เทียบกับจำนวนเด็กที่จบการศึกษาทั้งหมด ก็มีแนวโน้มลดลง จาก 23.2% ในปี 2563 เหลือเพียง 22.3% ในปี 2568 ดังนั้น การผลิตแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานจึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ

3 ประเด็นติดตามที่อาจส่งผลต่อตลาดแรงงานไทยในระยะข้างหน้า ได้แก่

1) ความไม่สอดคล้องของทักษะแรงงาน (Skills Mismatch) ยังมีอยู่ ทำให้แรงงานต้องเร่งพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่ตลาดต้องการในอนาคต เช่น ด้านเทคโนโลยี และสุขภาพ เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย และสังคมสูงวัยขั้นสุดยอด (Super-aged Society)

2) ความเหลื่อมล้ำจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแบบ K-shaped แต่ละธุรกิจยังเผชิญปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปราะบาง และการแข่งขันรุนแรง ท่ามกลางภาวะต้นทุนการดำเนินงานที่ยืนสูง ส่งผลต่อความสามารถในการหารายได้ และจำกัดขีดความสามารถในการจ้างงานของธุรกิจ

3) ความเสี่ยงจาก Technology Disruption จาก AI และระบบอัตโนมัติที่เข้ามามีบทบาทในกระบวนการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ส่งผลให้กลุ่มเด็กจบใหม่ รวมถึงแรงงานทักษะต่ำ เสี่ยงถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี ดังนั้น ธุรกิจต้อง Balance ระหว่างความต้องการใช้แรงงานและเทคโนโลยีให้เหมาะสม

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 ต.ค. 2569 เวลา : 14:41:16
07-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 5.77 จุด ดัชนี 1,582.22 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 10.03 จุด ดัชนี 1,586.48 จุด

3. อุตุฯ ประกาศเตือน 9 -13 ต.ค. "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

4. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในโซนล่างบริเวณ 4,140 - 4,160 เหรียญ ท่ามกลางแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าบริเวณ 102 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 ต.ค.69) ลบ 5.50 เหรียญ เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง-ดอลลาร์แข็งกดดันตลาด

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (5 ต.ค.69) บวก 90.94 จุด หลังราคาน้ำมันลด จับตาผลประกอบการ-รายงานประชุมเฟด

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.69 บาทต่อดอลลาร์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 ต.ค.69) ทั่วไทยฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝนฟ้าคะนอง 70% ภาคใต้ 60% ภาคอีสาน 40%

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (6 ต.ค.69) ปรับลดลง 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,700 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 3.41 จุด ดัชนี 1,579.86 จุด

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

12. ประกาศ กปน.: 8 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบางนา-ตราด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (5 ต.ค.69) บวก 4.83 จุด ดัชนี 1,576.45 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 ต.ค.69) บวก 1.18 จุด ดัชนี 1,572.80 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ราคายังสามารถรักษาระดับเหนือ 4,100 เหรียญ ได้ มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,200 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 7, 2026, 3:44 am