
• มูลค่าส่งออกเดือน ก.ย. 2569 ขยายตัว 24.0%YoY เติบโตสูงใกล้เคียงกับ 24.3%YoY เมื่อเดือนก่อน แรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ด้านการนำเข้าขยายตัว เร่งขึ้นถึง 50.4%YoY ตามการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบประกอบสินค้าเทคโนโลยี ส่งผลให้ดุลการค้าเดือน ก.ย. ขาดดุล 5,856.6 ล้านดอลลาร์ฯ
• Krungthai COMPASS ประเมินว่าการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี 69 ยังได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยี ทั้งนี้ระยะข้างหน้ามีประเด็นที่ต้องติดตามคือ 1) แรงหนุนจาก Tech Cycle โลกที่จะเป็นปัจจัยผลักดันการส่งออก และ 2)ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากการขาดดุลการค้าและราคาพลังงานในระดับสูง
มูลค่าส่งออกเดือน ก.ย. 69 อยู่ที่ 38,438.9 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 24.0%YoY ชะลอจากเดือนก่อนที่ 24.3%YoY แต่สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 17.85%¹ ทั้งนี้ หากไม่รวมทองคำ มูลค่าการส่งออกจะขยายตัว 29.1%YoY โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนผ่านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 25.4%YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 30 ในขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 2.5%YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2
การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะสหรัฐฯ (+50.1%YoY ต่อเนื่อง 36 เดือน) ปัจจัยหลักจากการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตดี ขณะที่ตะวันออกกลาง (-8.7%YoY) และเอเชียใต้ (-2.7%YoY) ยังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5
มูลค่าการนำเข้าเดือน ก.ย. อยู่ที่ 44,295.6 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 50.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 25.1%YoY และสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 31.25%¹ จากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบสำหรับการผลิตและประกอบสินค้าเทคโนโลยีเพื่อส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องจักรกล
ดุลการค้าเดือน ก.ย. ขาดดุล 5,856.6 ล้านดอลลาร์ฯ ขาดดุลต่อเนื่อง 12 เดือน
1 อ้างอิงจาก Reuter Polls (As of Sep 2569)
Implication:
Krungthai COMPASS ประเมินว่าการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี 69 จะยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยี อย่างไรก็ดี มีประเด็นที่ต้องติดตามดังนี้
1) ภาคการส่งออกของไทย มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากกระแส AI ของโลกอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการส่งออกเดือน ก.ย. 69 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยขยายตัวถึง 24.0%YoY ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับ Manufacturing PMI2 ของไทยเดือน ก.ย. ที่ระดับ 54.3 ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ขยายตัว (>50) เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 และเป็นระดับที่สูงของภูมิภาคเอเชีย ตามแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีซึ่งหนุนสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อานิสงส์จากการขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center นับแต่ต้นปี (ม.ค.-ก.ย.) ตัวเลขส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เติบโตสูงถึง 55.59%YoY และคาดว่าจะเป็นแรงส่งต่อเนื่องไปจนถึงช่วงที่เหลือของปี อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกไทยยังคงเผชิญความท้าทายเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจ (value capturing) ที่มีอยู่อย่างจำกัด จากปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศต่ำ (low local content3) และพึ่งพาการนำเข้าสูง
2) ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเผชิญแรงกดดัน จากการขาดดุลการค้าและความเสี่ยงด้านราคาพลังงาน แม้การส่งออกจะเติบโตได้ดี แต่มูลค่าการนำเข้าในเดือน ก.ย. 69 ขยายตัวเร่งขึ้น 50.4%YoY ปัจจัยหลักจากการนำเข้าสินค้าทุน (เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 38%) และวัตถุดิบสำหรับการผลิตและประกอบสินค้าเพื่อส่งออก4 (เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 21%) ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลเพิ่มขึ้นที่ 5,856.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
3) นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ทรงตัวสูง จากความกังวลต่อปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ช่วงระหว่างเดือน ก.ย-ต.ค. 69 เฉลี่ยที่ 103.71 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. 18%) อันจะกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าพลังงาน และสร้างแรงกดดันต่อดุลการค้า รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อดุลบัญชีเดินสะพัดให้มีแนวโน้มขาดดุลมากขึ้นในระยะถัดไป
กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
วรธันย์ โหตรภวานนท์
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
ข่าวเด่น