
Key summary
• กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% มองเศรษฐกิจไทยเติบโตดีขึ้น แต่ผลดีกระจุกตัว
• เงินเฟ้อมีที่มาจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะราคาพลังงานโลก และมีแนวโน้มลดลงในปีหน้า
• SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ 1% ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า
กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% โดยมองว่าเป็นระดับที่ผ่อนคลายค่อนข้างมาก
เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่ผลดีจากวัฏจักร AI โลกยังกระจุกตัว ด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเกินกรอบเป้าหมายชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก ในระยะข้างหน้า กนง. จะติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่อยู่ระดับสูงและผลของปรากฏการณ์ El Nino ความสามารถในการชำระหนี้ของ SMEs และครัวเรือนเปราะบาง รวมถึงผลของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว
เศรษฐกิจไทยโตดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพและกระจุกตัว
• กนง. ประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีขึ้นตามการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่สูงกว่าคาดจาก
วัฏจักร AI โลก (รูปที่ 1) จึงปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี 2026 และ 2027 เป็น 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ (จากเดิม 2.3% และ 1.8% ในการประชุมเดือน มิ.ย.) การเติบโตที่ชะลอลงในปี 2027 ส่วนหนึ่งมาจากผลของมาตรการภาครัฐที่ทยอยหมดลง
• ผลดีของการเติบโตเศรษฐกิจกระจุกตัว และหลายภาคส่วนยังเปราะบาง ครัวเรือนมีภาระหนี้สูงและเผชิญค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันการบริโภค ขณะที่ตลาดแรงงานยังเปราะบาง สะท้อนจากอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น และจำนวนผู้ขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานตาม ม.38 ที่อยู่ในระดับสูง
• ตัวเลขประมาณการ GDP ในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนจากการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ข้อมูลชุดใหม่ทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกที่เติบโตดีในช่วงที่ผ่านมามากขึ้น (รูปที่ 2)
กนง. ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อไทย และประเมินว่าเงินเฟ้อจะลดลงเร็วในปีหน้า
กนง. ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปปี 2026 และ 2027 เป็น 2.1% และ 1.3% ตามลำดับ (จากเดิม 2.8% และ 1.4% ในการประชุมเดือน มิ.ย.) ตามข้อมูลจริงที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมายังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย อย่างไรก็ดี กนง. มองว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะสูงกว่ากรอบเป้าหมายในไตรมาส 4 ปี 2026 และไตรมาส 1 ปี 2027 ก่อนจะทยอยปรับลดลงได้
เงินเฟ้อมีที่มาจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก (รูปที่ 3) และมีแนวโน้มลดลงเร็วในปีหน้า เพราะ
อุปสงค์ในประเทศที่เปราะบางทำให้ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนได้น้อย ราคาน้ำมันโลกและ El Niño จึงยังเป็นแรงกดดันหลักต่อเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า
กนง. มองดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้นกระทบภาวะการเงินไทยจำกัด
• ดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้นทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของไทยปรับขึ้นบ้าง แต่ต้นทุนการกู้ยืมผ่านธนาคารพาณิชย์ยังเคลื่อนไหวตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ สินเชื่อโดยรวมเติบโตดี ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่องเพราะสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยกู้
• กนง. ยังไม่กังวลกับส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยกับประเทศเศรษฐกิจหลักที่กว้างขึ้น โดยมองว่าสาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่าส่วนหนึ่งเพราะไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปี 2026 นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิสินทรัพย์ไทย สะท้อนความเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจ และเสถียรภาพด้านต่างประเทศโดยรวมยังแข็งแกร่ง (รูปที่ 4)
• กนง. ประเมินว่านโยบายการเงินปัจจุบันผ่อนคลายมากพอสมควร แต่ดอกเบี้ยที่ 1% ยังไม่ใช่ระดับต่ำสุดที่เป็นไปได้ จึงยังมี Policy space ไว้รองรับหากเกิดวิกฤต ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องขยายตัวได้แข็งแกร่งขึ้นชัดเจน กนง. ก็อาจพิจารณาลดการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
IMPLICATIONS
SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปตลอดทั้งปี 2026 – 2027
• ประมาณการ GDP ที่ปรับดีขึ้นปีนี้และปีหน้ายังไม่มีน้ำหนักมากพอให้ กนง. พิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปีหน้า กนง. ยังเน้นว่าเศรษฐกิจเติบโต "ไม่ทั่วถึง" การขึ้นดอกเบี้ยจึงต้องรอให้การฟื้นตัวกระจายไปถึงครัวเรือนและ SMEs ด้วย และเนื่องจากความเปราะบางของกลุ่มนี้มาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งหนี้ครัวเรือนสูงและความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ภายใน 1 – 2 ปี เงื่อนไขการขึ้นดอกเบี้ยจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปีหน้า
• ความเสี่ยงเงินเฟ้อด้านสูงทำให้โอกาสที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยลงอีกลดลง แม้ กนง. จะปรับลดประมาณการเงินเฟ้อในครั้งนี้ แต่ยังประเมินว่าราคาน้ำมันและ El Niño เป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าคาดได้ หากลดดอกเบี้ยตอนนี้แล้วเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นจริง กนง. อาจต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศยังอ่อนแอ การคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% จึงเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่า นอกจากนี้ กนง. เริ่มสื่อสารถึงผลข้างเคียงของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินมากขึ้น จึงอาจเป็นอีกปัจจัยที่ กนง. เลือกที่จะคงดอกเบี้ยไว้ อย่างไรก็ดี ประเด็นดังกล่าวเป็นความเสี่ยงระยะยาว และอาจยังไม่ชัดเจนมากนักในปัจจุบัน
• SCB EIC คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ถึงสิ้นปี 2027 และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดจะมีบทบาทมากขึ้น เมื่อดอกเบี้ยนโยบายไม่ใช่เครื่องมือที่ตรงจุดสำหรับกลุ่มเปราะบาง มาตรการที่ช่วยให้ SMEs และลูกหนี้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อจะเป็นเครื่องมือหลักในการประคองเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
ผู้เขียนบทวิเคราะห์
นนท์ พฤกษ์ศิริ (nond.prueksiri@scb.co.th) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
ข่าวเด่น