เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
SCB EIC วิเคราะห์ "อุตสาหกรรมเกษตรปี 2570 เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งผลกระทบจากเอลนีโญ ความเสี่ยงจากราคาพลังงานผันผวน รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ"




ปี 2570 อุตสาหกรรมเกษตรในภาพรวมมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากผลของเอลนีโญ โดยอุตสาหกรรมยางพารา น้ำตาล และมันสำปะหลังมีแนวโน้มขยายตัว ขณะที่อุตสาหกรรมข้าวและปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มหดตัว
 
 
• อุตสาหกรรมน้ำตาลมีแนวโน้มขยายตัว จากการส่งออกที่มีแนวโน้มกลับมาขยายตัว จากปัจจัยหนุนด้านราคา ขณะที่ปริมาณผลผลิตมีแนวโน้มลดลงจากผลกระทบของเอลนีโญ  โดยในปี 2570 คาดว่ามูลค่าการส่งออกน้ำตาลของไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ +21.8%YOY เนื่องจากตลาดน้ำตาลโลกมีแนวโน้มกลับมาขาดดุล จากผลกระทบของเอลนีโญ ประกอบกับแรงจูงใจในการนำอ้อยไปผลิตเอทานอลที่เพิ่มขึ้นในบราซิล ส่งผลให้ราคาน้ำตาลโลกปรับตัวสูงขึ้น
 
 
• อุตสาหกรรมยางพารามีแนวโน้มขยายตัว โดย SCB EIC คาดว่า ในปี 2570 มูลค่าการส่งออกยางพารา
มีแนวโน้มฟื้นตัวราว +2.2% YOY จากราคายางที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงในระยะสั้น จากอุปทานที่ตึงตัวตามผลกระทบของเอลนีโญในปี 2569-2570 ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเพิ่มต้นทุนยางสังเคราะห์และสนับสนุนราคายางธรรมชาติ
 
 
• อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อย เนื่องจากแม้ราคาน้ำมันปาล์มดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณผลผลิตมีแนวโน้มลดลง และอุปสงค์การใช้งานน้ำมันปาล์มดิบโดยรวมมีแนวโน้มหดตัว โดยผลผลิตปาล์มสดคาดว่าจะอยู่ที่ 17.5 ล้านตัน (-2%YOY) ลดลงจากภาวะ Super El Nino ซึ่งส่งผลให้อัตราผลผลิตต่อไร่ลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบมีแนวโน้มอยู่ที่ 39.8 บาท/กก. (+2%YOY) ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบปาล์มสดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากอุปทานที่หายไปจากภาวะเอลนีโญ โดยเฉพาะในช่วง Q4/2569-Q2/2570 
 
 
• อุตสาหกรรมข้าวมีแนวโน้มหดตัว จากปริมาณผลผลิตที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากผลกระทบของเอลนีโญ โดยในปี 2570 คาดว่ามูลค่าการส่งออกข้าวมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ค่อนข้างจำกัดอยู่ที่ +5%YOY แม้เอลนีโญอาจหนุนคำสั่งซื้อจากประเทศผู้นำเข้าเพื่อสะสมสต็อก แต่การส่งออกถูกกดดันจากความสามารถในการแข่งขันด้านราคาที่ด้อยกว่าคู่แข่ง 
 
 
• อุตสาหกรรมมันสำปะหลังในปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัว สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณผลผลิตที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวและความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของประเทศคู่ค้าที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวตามการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยในปี 2570 คาดว่า มูลค่าการส่งออกมันสำปะหลังมีแนวโน้มขยายตัว +8.9%YOY ตามปริมาณการส่งออกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และราคาที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงจากปัญหาอุปทานที่ตึงตัว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง

 
ภาคเกษตรไทยเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจและสภาพภูมิอากาศ ขณะที่กระแสความยั่งยืนเปิดโอกาสใหม่ในการแข่งขัน
 
• การเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลงและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ยังขยายตัวในระดับต่ำ มีแนวโน้มจำกัดการเติบโตของอุปสงค์สินค้าเกษตรในตลาดโลก 
 
• ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน ความผันผวนของราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยกดดันต่อแนวโน้มราคาพืชพลังงานและยางพารา
 
 
• นโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จะกระทบต่ออุตสาหกรรมเกษตรไทยผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1) การส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ 2) การส่งออกสินค้าขั้นกลาง 3) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และ 4) การเปิดตลาดสินค้า โดยพืชแต่ละชนิดจะได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมผลกระทบมีค่อนข้างจำกัด เนื่องจากสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ของไทยพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ไม่มาก ส่วนสินค้าที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูง เช่น ข้าว เป็นสินค้าที่สหรัฐฯ ยังไม่สามารถหาสินค้าทดแทนได้ สำหรับการเปิดตลาดคาดว่าจะมีผลกระทบไม่มากเนื่องจากเป็นการเปิดตลาดแบบค่อยเป็นค่อยไปและมีเงื่อนไขในการเปิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ 
 
 
• ปริมาณน้ำฝนและน้ำในเขื่อนที่คาดว่าจะน้อยกว่าปกติจากผลของเอลนีโญ โดยคาดว่าภาวะฝนน้อยและฝนทิ้งช่วงต่อเนื่องถึง Q1/2570 ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตอ้อย ข้าวนาปี ยางพารา และปาล์มน้ำมันปรับตัวลดลงในระยะข้างหน้า
 
 
• กระแสความยั่งยืน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation – EUDR) จะช่วยสนับสนุนการส่งออกยางพาราและปาล์มน้ำมันของไทย

อ่านต่อบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม... https://www.scbeic.com/th/detail/product/Agricultural-Commodity-041126

 
ผู้เขียนบทวิเคราะห์ : ฐิตา เภกานนท์ (tita.phekanonth@scb.co.th)  นักวิเคราะห์อาวุโส
 
 
วรรณโกมล สุภาชาติ (wannakomol.supachart@scb.co.th) นักวิเคราะห์อาวุโส   
 
 
จิรภา บุญพาสุข (jirapa.boonpasuk@scb.co.th) นักวิเคราะห์ 
 
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)
SCB EIC Online : www.scbeic.com
Line : @scbeic
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 พ.ย. 2569 เวลา : 15:42:49
05-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันตก)

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 4.10 จุด ดัชนี 1,497.99 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 8.23 จุด ดัชนี 1,493.86 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 3% หรือกว่า 130 เหรียญ นับเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. โดยเช้านี้ราคาปรับขึ้นต่อแตะบริเวณ 4,135 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35 - 33.60 บาท/ดอลลาร์

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (4 พ.ย.69) พุ่ง 132.60 เหรียญ รับแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่า หลังเดโมแครตชนะเลือกตั้งท่วมท้น

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (4 พ.ย.69) พุ่ง 1,569.40 จุด ขานรับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง เปลี่ยนขั้วอำนาจในสภาคองเกรส

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (5 พ.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล และทุกภาค" ฝน 60% เว้นภาคเหนือ 40%

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (5 พ.ย.69) พุ่งขึ้นแรง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,300 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 10.13 จุด ดัชนี 1,491.96 จุด

12. กบน.ปรับลดราคากลุ่มน้ำมันเบนซิน 0.70บาทต่อลิตร ยกเว้นแก๊สโซฮอล E85 รับทิศทางตลาดน้ำมันโลกปรับตัวลดลง มีผล 5 พ.ย.69

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) บวก 11.08 จุด ดัชนี 1,502.09 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (4 พ.ย.69) ลบ 1.35 จุด ดัชนี 1,489.66 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังสามารถทรงตัวเหนือระดับ 3,900 เหรียญ ได้เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังเมื่อวานปรับตัวลงทดสอบบริเวณดังกล่าวก่อนมีแรงซื้อกลับ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 5, 2026, 6:53 pm