เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COMPASS วิเคราะห์ "การปรับปรุงดัชนี MPI รอบใหม่ นัยยะต่อเศรษฐกิจไทย (Update)"


• สศอ. ได้ปรับปรุงดัชนี MPI เบื้องต้นในเดือน ก.ย. 69 และเปลี่ยนวิธีคำนวนดัชนีในเดือน ต.ค.69       โดยปรับปรุงเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงเพิ่มกลุ่มตัวอย่างโรงงานใหม่ ครอบคลุมข้อมูลในกลุ่มวงจรรวม (IC) และชิ้นส่วนอิเล็ก-ทรอนิกส์ ล่าสุดได้เปลี่ยนวิธีคำนวนดัชนีเป็นแบบ Chain-linked
 
• การเพิ่มความครอบคลุมของข้อมูล MPI พลิกภาพการผลิตช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 จากหดตัว 0.1% เป็นเติบโต 2.4% ลดความแตกต่างระหว่างการเติบโตของการส่งออกกับภาคการผลิตลงโดยเฉพาะกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี MPI ที่ปรับปรุงแล้วยิ่งสะท้อนภาพ K-Shaped ในภาคการผลิตมากขึ้น
 
• Krungthai COMPASS คาด MPI ใหม่อาจหนุนประมาณการ GDP ปี 69 จากเดิมมองว่าเศรษฐกิจไทยโต 2.3% เป็น 2.6% เพิ่มขึ้นเพียง 0.3% เนื่องจากการปรับขึ้นของดัชนี MPI ไม่ได้ส่งผ่านไปยัง GDP ในสัดส่วนเดียวกัน จากการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าสูง นอกจากนี้ ภาคแรงงานอาจยังไม่ได้รับประโยชน์ชัดเจนนัก โดยกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์มีค่าตอบแทนแรงงานต่อมูลค่าส่งออกเพียง 10.1% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16% 
 
• โจทย์ต่อไปคือการเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ เพิ่มสัดส่วนการใช้ Local Contentและกระจายผลประโยชน์สู่ภาคแรงงานผ่านการพัฒนา Supplier และยกระดับกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมให้ปรับตัว 

สรุปมุมมองต่อการปรับปรุงดัชนี MPI ล่าสุด ณ เดือน ต.ค. 69
 
สืบเนื่องจากบทความ “การปรับปรุงดัชนี MPI นัยยะต่อเศรษฐกิจไทย” ของ Krungthai COMPASS1      ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งประเมินผลกระทบของการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ต่อจีดีพี โดยใช้ข้อมูลการปรับปรุงดัชนี ณ เดือน ก.ย. 69
ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ต.ค. 69 สศอ. ได้เผยแพร่และปรับปรุงดัชนีใหม่อีกครั้ง พร้อมปรับวิธีคำนวณเป็น Chain-linked แทนวิธีคำนวณดัชนีจากระบบน้ำหนักคงที่ (Fixed Weight) แบบเดิม
 
ด้วยเหตุนี้ Krungthai COMPASS จึงประเมินผลกระทบของการปรับปรุงดัชนีต่อจีดีพีไทยอีกครั้ง พบว่าผลกระทบจากการปรับปรุงดัชนีครั้งนี้ ใกล้เคียงกับผลประมาณการเดิม โดยมองไว้ว่า การปรับปรุงดัชนี MPI ล่าสุด อาจส่งผลให้ GDP ปี 69 ปรับสูงขึ้นราว 0.3 pp และมีโอกาสแตะ 2.6% 
 
 
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ปรับปรุงดัชนี MPI เบื้องต้นในเดือน ก.ย. 69  เพื่อให้ครอบคลุมกิจกรรมการผลิตใหม่และสะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยยิ่งขึ้น โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รายการ ได้แก่ เครื่องโน้ตบุ๊กและแล็ปท็อป อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณแบบออปติคอล (Optical Transceiver) และเครื่องสำรองไฟฟ้าสำหรับหน่วยประมวลผล (UPS) รวมถึงเพิ่มกลุ่มตัวอย่างโรงงานใหม่ 28 แห่ง ครอบคลุมข้อมูล 50 ชุด ในกลุ่มวงจรรวม (IC) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงปรับปรุงข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 67 ล่าสุดในวันที่ 30 ต.ค. 69 สศอ. เปลี่ยนวิธีคำนวณดัชนีจากระบบน้ำหนักคงที่ปี 64 (Fixed Weight) เป็น Chain-linked2 เพื่อให้ดัชนีสะท้อนโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น

1 การปรับปรุงดัชนี MPI นัยต่อเศรษฐกิจไทย | Krungthai COMPASS (ต.ค. 69)
2 Chain-linked volume index เป็นการวัดการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณของการผลิต ณ ราคาคงที่เทียบกับปีก่อนหน้าที่ติดกัน (t-1) หรือ Chain-link Approach แทนการวัดราคาในปีฐานที่อยู่ห่างกัน ในรูปแบบ Direct Index ซึ่งวิธีนี้จะทำใหโครงสร้างราคาสินค้าและผลิตภัณฑ์มีความปัจจุบันมากกว่าวิธีคำนวนแบบปีฐานคงที่

การปรับปรุงดังกล่าวส่งผลให้ภาพการเติบโตของภาคการผลิตไทยเปลี่ยนจากหดตัวเป็นขยายตัว      โดยดัชนี MPI ปี 67 ปรับจาก -0.5% เป็น +0.3% ปี 68 จาก -0.4% เป็น +1.7% และช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 จาก -0.1% เป็น +2.4% ซึ่งข้อมูลชุดใหม่เริ่มแสดงความแตกต่างนับตั้งแต่กลางปี 67
การปรับเพิ่มของดัชนี MPI กว่า 67.9% มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 13.4% ของดัชนีรวม โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 อุตสาหกรรมดังกล่าวมีส่วนทำให้การเติบโตของ MPI ถูกปรับเพิ่มขึ้น 1.7 pp จากการปรับเพิ่มทั้งหมดราว 2.6 pp
 
เมื่อพิจารณาในระดับอุตสาหกรรมย่อย พบว่าการปรับเพิ่มส่วนใหญ่มาจาก Optical Transceiver ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสาร (Communication Equipment) โดยมี ส่วนทำให้ MPI รวมปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 1.15 pp รองลงมา ได้แก่ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ 0.41 pp และ 0.16 pp ตามลำดับ ส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ มีส่วนเพิ่มรวมกัน 0.82 pp โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า (+0.26 pp) ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเครื่องสำรองไฟฟ้าสำหรับหน่วยประมวลผล (UPS) (+0.25 pp) ในส่วนยานยนต์และเครื่องจักร แม้การผลิตยังหดตัว แต่ถูกปรับขึ้นให้หดตัวน้อยกว่าเดิม
 
 
การปรับปรุงดัชนี MPI ช่วยลดความแตกต่างระหว่างการเติบโตของการส่งออกกับภาคการผลิตลงได้บางส่วน โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 การส่งออกเติบโต 14.9% ขณะที่ดัชนี New MPI ขยายตัว 2.4% เทียบกับดัชนีเดิมที่หดตัว 0.1% ซึ่งสะท้อนว่าการปรับปรุงข้อมูลช่วยให้ภาพการผลิตสอดคล้องกับการส่งออกที่มีโครงสร้างเปลี่ยนไปได้ยิ่งขึ้น

 
เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรม พบว่าช่องว่างดังกล่าวลดลงอย่างชัดเจนในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ โดย New MPI ของกลุ่มดังกล่าวขยายตัว 20.2% จากเดิมเพียง 7.2% ซึ่งใกล้เคียงมากขึ้นเมื่อเทียบกับการส่งออกที่เติบโต 51.9% อย่างไรก็ตาม MPI ของอุตสาหกรรมอื่นยังคงขยายตัวอย่างจำกัด สวนทางกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 5.6%
 
MPI ที่มีการปรับปรุงแล้ว สะท้อนภาพ K-shape ของภาคการผลิตชัดเจนกว่าเดิม โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีน้ำหนักราว 13% ของ MPI ขยายตัวกว่า 63% จาก ม.ค. 67 เทียบกับ MPI ก่อนการปรับปรุงที่ราว 13% ขณะที่อุตสาหกรรมอื่น ซึ่งคิดเป็นกว่า 87% ของ MPI ยังทรงตัวถึงหดเล็กน้อย (ต่ำกว่าระดับ 100) แม้ปรับปรุง MPI  จะช่วยเพิ่มความครอบคลุมของข้อมูลสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยิ่งแสดงให้เห็นถึงภาคการผลิตที่แยกเป็นสองขั้วชัดขึ้น
 
 
ประเมินผลต่อ GDPจากการปรับปรุง MPI
 
การปรับขึ้นของดัชนี MPI ครั้งนี้ อาจนำไปสู่การทบทวนการคำนวณ GDP เนื่องจากดัชนี MPI เป็นหนึ่งในเครื่องชี้ในการประเมิน GDP สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนราว 25% ของ GDP ไทย อย่างไรก็ตามผลของการปรับขึ้นของดัชนี MPI อาจไม่ได้ส่งผ่านไปยัง GDP ในสัดส่วนเดียวกัน เนื่องจาก GDP สะท้อนมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศ (Domestic Value Added) ขณะที่การผลิตสินค้าในบางอุตสาหกรรมมีการพึ่งพาชิ้นส่วนและวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ (Import Content) ในระดับสูงส่งผลให้การปรับขึ้นของผลผลิตสินค้าอุตสาหกรรมอาจสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างจำกัด
 
Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 69 มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม        ที่ 2.3% โดยการปรับปรุงดัชนี MPI ครั้งนี้อาจส่งผลให้ GDP ปรับสูงขึ้นราว 0.3 pp และมีโอกาสแตะ 2.6% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มความครอบคลุมของข้อมูลการผลิตในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ Goldman Sachs มองว่าการปรับปรุงดัชนี MPI ครั้งนี้อาจทำให้ GDP ในครึ่งแรกของปี 69 ปรับเพิ่มขึ้นราว 0.5 pp3
 
3 โกลด์แมน แซคส์ ชี้ไทยปรับดัชนี MPI หนุน GDP โตเพิ่มอีก 0.5% | ฐานเศรษฐกิจ (ต.ค. 69)

 
Implication
การปรับปรุง MPI สะท้อนความจำเป็นของข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และทันกาล เพื่อใช้ติดตามและวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจ ทั้งสำหรับการวางแผนของภาคธุรกิจและการกำหนดนโยบายภาครัฐ
 
GDP ปี 69 มีโอกาสปรับขึ้นราว 0.3 pp เป็น 2.6%จากประมาณการเดิมที่ 2.3% เมื่อสินค้าใหม่และกลุ่มตัวอย่างโรงงานที่ครอบคลุมมากขึ้น ช่วยให้ข้อมูลภาคการผลิตสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบันได้ใกล้เคียงความจริงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลต่อ GDP อาจไม่เท่ากับการปรับขึ้นของ MPI เนื่องจากการผลิตบางส่วนพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า
 
การปรับ MPI ทำให้ภาพ K-shape ชัดขึ้น การเติบโตที่เพิ่มขึ้นกระจุกตัวในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ขณะที่อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน ภาคการผลิตจึงแยกเป็นสองขั้วมากขึ้น และการส่งออกที่เติบโตสูงยังไม่ส่งผ่านไปยังทุกอุตสาหกรรม
 
ต้องเพิ่ม Local Content กลุ่มที่ขับเคลื่อนการเติบโตพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าสูงและสร้างรายได้แรงงานต่อมูลค่าส่งออกต่ำ จึงต้องพัฒนา supplier ไทยให้เชื่อมกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่ ควบคู่กับยกระดับผลิตภาพและทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมเดิมที่ยังอ่อนแอ เพื่อให้ปรับตัวและเข้าถึงโอกาสใหม่ได้
 
 
กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
ภูมิภัชช์ จาง 
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 พ.ย. 2569 เวลา : 16:03:13
05-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันตก)

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 4.10 จุด ดัชนี 1,497.99 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 8.23 จุด ดัชนี 1,493.86 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 3% หรือกว่า 130 เหรียญ นับเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. โดยเช้านี้ราคาปรับขึ้นต่อแตะบริเวณ 4,135 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35 - 33.60 บาท/ดอลลาร์

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (4 พ.ย.69) พุ่ง 132.60 เหรียญ รับแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่า หลังเดโมแครตชนะเลือกตั้งท่วมท้น

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (4 พ.ย.69) พุ่ง 1,569.40 จุด ขานรับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง เปลี่ยนขั้วอำนาจในสภาคองเกรส

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (5 พ.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล และทุกภาค" ฝน 60% เว้นภาคเหนือ 40%

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (5 พ.ย.69) พุ่งขึ้นแรง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,300 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 10.13 จุด ดัชนี 1,491.96 จุด

12. กบน.ปรับลดราคากลุ่มน้ำมันเบนซิน 0.70บาทต่อลิตร ยกเว้นแก๊สโซฮอล E85 รับทิศทางตลาดน้ำมันโลกปรับตัวลดลง มีผล 5 พ.ย.69

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) บวก 11.08 จุด ดัชนี 1,502.09 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (4 พ.ย.69) ลบ 1.35 จุด ดัชนี 1,489.66 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังสามารถทรงตัวเหนือระดับ 3,900 เหรียญ ได้เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังเมื่อวานปรับตัวลงทดสอบบริเวณดังกล่าวก่อนมีแรงซื้อกลับ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 5, 2026, 6:53 pm