เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทอ่อนค่ากลับมาเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดลบเป็นสัปดาห์ที่สี่"


สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

• เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนท่ามกลางแรงขายดอลลาร์ฯ รับผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนท้ายสัปดาห์ตามภาวะ Risk-off ในตลาดหุ้น 

เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดในช่วงที่เหลือของปี (ประกอบกับน่าจะมีแรงหนุนทางอ้อมเพิ่มเติมจากแรงเทขายเงินยูโร หลัง Fitch ปรับลดมุมมองที่มีต่ออันดับเครดิต A+ ของฝรั่งเศสมาเป็น “Negative” จากประเด็นความอ่อนแอทางเศรษฐกิจและ ฐานะการคลัง) 
 
 
อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 33.50 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 33.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับสกุลเงินเอเชียในภาพรวมแข็งค่าขึ้นสวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงรับท่าทีที่เปิดรับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังเผชิญแรงขายและอ่อนค่ากลับลงมาตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยในการเลือกตั้งกลางเทอมและครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ซึ่งตลาดมองว่าจะเพิ่มข้อจำกัดต่อการผลักดันนโยบายลดภาษีและการใช้จ่ายเพิ่มเติมของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณ Risk-off ในตลาดหุ้นฝั่งเอเชีย และแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ 

• ในวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (30 ต.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 2-6 พ.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4,998 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 10,982 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 11,885 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 903 ล้านบาท)

• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-13 พ.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.10-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ 
 
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนต.ค. อาทิ CPI, PPI และการส่งออก และจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของอังกฤษและยูโรโซนด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ ก่อนจะร่วงหลุดแนว 1,500 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ 
SET index ร่วงลงแรงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนท่ามกลางแรงขายเพื่อปรับลดสถานะเสี่ยงของนักลงทุนระหว่างรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงานที่มีปัจจัยกดดันจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกท่ามกลางความคาดหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม รวมถึงหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งปรับตัวลงตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศจากความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ AI 

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงสั้น ๆ กลางสัปดาห์จากแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ก่อนจะปรับตัวลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 เดือนครึ่งที่ระดับ 1,461.08 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศจากความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจชะลอแผนการลงทุนใน Data Center และ AI หลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ แรงขายในช่วงท้ายสัปดาห์กระจายไปในหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มพลังงานและกลุ่มแบงก์
 
 
• ในวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,465.70 จุด ลดลง 3.48% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 72,530.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.10% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.90% มาปิดที่ระดับ 212.15 จุด

• สัปดาห์ถัดไป (9-13 พ.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,445 และ 1,430 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,490 และ 1,500 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางทิศทางเงินทุนต่างชาติและผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตและยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจเดือนต.ค. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของยูโรโซน 
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 พ.ย. 2569 เวลา : 20:24:34
07-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล บริเวณคลองลาดลำภู ถนนพระรามที่ 2

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 พ.ย.69) ลบ 32.29 จุด ดัชนี 1,465.70 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 พ.ย.69) ลบ 24.14 จุด ดัชนี 1,473.85 จุด

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35 - 33.60 บาท/ดอลลาร์

5. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขายทำกำไร หลังฟื้นตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 4,146 ก่อนลดช่วงบวกและหลุดระดับ 4,100 เหรียญ

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 พ.ย.69) พุ่ง 40.50 เหรียญ อานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่า-บอนด์ยีลด์ร่วง

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (5 พ.ย.69) ร่วงหนัก 1,833.06 จุด , Nasdaq ดิ่งแรงรุนแรงสุดในรอบ 19 เดือน กังวลเดโมแครตคุมเข้ม AI

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (6 พ.ย.69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,200 บาท

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (6 พ.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.46 บาทต่อดอลลาร์

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 พ.ย.69) ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง" ฝนตกหนัก 70% ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 60% ภาคอีสาน 40%

11. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (6 พ.ย.69) ลบ 18.63 จุด ดัชนี 1,479.36 จุด

12. น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันตก)

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 4.10 จุด ดัชนี 1,497.99 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 8.23 จุด ดัชนี 1,493.86 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 3% หรือกว่า 130 เหรียญ นับเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. โดยเช้านี้ราคาปรับขึ้นต่อแตะบริเวณ 4,135 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 7, 2026, 5:44 am