เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือน ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยร่วงหลุดแนว 1,500 จุด"


 สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท


· เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ 31.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง

เงินบาทอ่อนค่าลงสอดคล้องกับสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชีย สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ได้รับแรงหนุนในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น และสัญญาณขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ

เงินบาทยังคงอ่อนค่าลงต่อเนื่องจนถึงช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งลดโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปีนี้ (โอกาสการลดดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ลดลง และภาพรวมทั้งปีอาจลดดอกเบี้ยไม่ถึง 2 ครั้ง)
 


· ในวันศุกร์ที่ 6 มี.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ (หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ 31.95 ในระหว่างสัปดาห์) เทียบกับระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 ก.พ.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 2-6 มี.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 13,470 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ตลาดพันธบัตรไทย 18,780 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 18,446 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 334 ล้านบาท)

· สัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-13 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.30-32.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการคาดการเงินเฟ้อของผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีราคา PCE/Core PCE ข้อมูลยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ผลสำรวจ JOLTS เดือนม.ค. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 (prelim) รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ตัวเลขการส่งออกเดือนก.พ. ด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

· ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

SET Index ร่วงลงแรงช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และอิหร่านเองก็ได้ทำการตอบโต้ในเวลาต่อมารวมถึงจำกัดการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ปัจจัยลบดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อลดความเสี่ยง ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงไปมากกว่า 100 จุด หรือ 8% ช่วงกลางสัปดาห์จนไปแตะเกณฑ์ Circuit Breaker ระดับ 1

ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงสั้น ๆ ระหว่างสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าอิหร่านได้ติดต่อสหรัฐฯ เพื่อขอเจรจาหยุดยิง (แต่ภายหลังอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว) ประกอบกับกกต. ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส. เขตเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่จบและมีแนวโน้มยืดเยื้อ

 
· ในวันศุกร์ที่ 6 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,410.37 จุด ลดลง 7.71% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 110,482.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.51% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 5.62% มาปิดที่ระดับ 218.11 จุด

· สัปดาห์ถัดไป (9-13 มี.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,345 และ 1,300 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,425 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประเด็นการเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนม.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ของจีน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ของญี่ปุ่น รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. ของยูโรโซน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 มี.ค. 2569 เวลา : 21:43:13
07-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 9 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสรงประภา ถนนนาวงประชาพัฒนา ถนนวัดเวฬุวนาราม และถนนเดชะตุงคะ

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 มี.ค.69) ลบ 6.92 จุด ดัชนี 1,410.37 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (6 มี.ค.69) ลบ 7.01 จุด ดัชนี 1,410.28 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แนวรับอยู่ที่ 5,030-4,970 เหรียญ แนวต้านอยู่ที่ 5,190-5,250 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.60-31.90 บาท/ดอลลาร์

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 มี.ค.69) ประเทศไทยตอนบนเกิด "พายุฤดูร้อน" ทุกภาคและกรุงเทพปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 20% เว้นภาคใต้ 30%

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 มี.ค.69) ร่วง 56 เหรียญ เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง-ดอลลาร์แข็งค่าทุบตลาด

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (5 มี.ค.69) ร่วง 784.67 จุด หวั่นสงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (6 มี.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 77,950 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (6 มี.ค.69) ลบ 1.09 จุด ดัชนี 1,416.20 จุด

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (6 มี.ค.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 31.77 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (5 มี.ค.69) บวก 32.68 จุด ดัชนี 1,417.29 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (5 มี.ค.69) บวก 21.83 จุด ดัชนี 1,406.44 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำรีบาวด์กลับขึ้นมาในเช้าวันนี้บริเวณ 5,180 เหรียญ หลังจากปรับตัวลดลงประมาณ 400 เหรียญ

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (4 มี.ค.69) บวก 11 ดอลลาร์ ความขัดแย้งตะวันออกกลางหนุนซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 7, 2026, 9:29 am