เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
เอสซีบีเอกซ์ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาสก่อน สะท้อนความยืดหยุ่นของพอร์ตธุรกิจท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง


 
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.0 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้น และรายได้จากการลงทุนและการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ซึ่งผสานจุดแข็งของธุรกิจธนาคาร (Gen 1) ธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย (Gen 2) และธุรกิจแพลตฟอร์มและเทคโนโลยี (Gen 3) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลายและบริหารความเสี่ยงได้อย่างสมดุล ท่ามกลางสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาลง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิลดลงร้อยละ 13.1
 
 
โครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย ช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผลการดำเนินงาน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงร้อยละ 10.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปี 2568-2569 ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อยังทรงตัวเมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา สะท้อนการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบทั่วทั้งกลุ่ม ในอีกด้านหนึ่ง โครงสร้างรายได้ที่หลากหลายช่วยลดทอนผลกระทบจากภาวะดอกเบี้ยขาลง โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ อยู่ที่ 11,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 จากปีก่อน จากการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ผ่านการผสานความร่วมมือของบริษัทในกลุ่ม (Group Wealth Synergy) อาทิ บัตรเครดิต SCB WEALTH by CardX ที่เชื่อมโยงบริการด้านความมั่งคั่งเข้ากับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และการขยายทางเลือกการลงทุนทั่วโลกผ่าน InnovestX ขณะที่รายได้จากการลงทุนและการค้าอยู่ที่ 2,552 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21.2 จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญร้อยละ 349.1 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคารที่ปรับตัวดีขึ้น
 
วินัยด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งกลุ่ม
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีจำนวน 17,042 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.2 จากปีก่อน ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ร้อยละ 41.3 สะท้อนวินัยในการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการที่ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม การปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติมาใช้ตลอดกระบวนการทำงานของบริษัทในกลุ่ม ท่ามกลางแรงกดดันด้านรายได้จากสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาลง
 
ดูแลลูกค้าอย่างตรงจุด พร้อมรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
บริษัทในกลุ่มยังคงให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกค้าที่มีศักยภาพในการฟื้นตัว ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ร้อยละ 3.17 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 3.23 ในไตรมาสก่อนหน้า การตั้งสำรองลดลงร้อยละ 5.3 จากปีก่อน ขณะที่ Coverage Ratio ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 158.6 และเงินกองทุนตามกฎหมายอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 18.6
 
 
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
"ไตรมาสสองของปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ไม่แน่นอน การฟื้นตัวยังกระจุกตัว และภาระหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางภาวะดังกล่าว เอสซีบีเอกซ์ยึดมั่นในแนวทางการเติบโตอย่างมีคุณภาพทั่วทั้งกลุ่ม โดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตแข็งแกร่งสะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าและความสำเร็จของการยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ และเราเชื่อว่าการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทาย คือการร่วมสนับสนุนให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน
 
 
สำหรับธนาคาร แบงก์เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวเชิงยุทธศาสตร์ของกลุ่มในการต่อยอดขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ที่สั่งสมมาสู่ธุรกิจใหม่ บริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับเสถียรภาพของระบบและประสบการณ์ลูกค้า แบงก์เอกซ์จะผสาน AI เข้ากับการดำเนินงานตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการหลัก ผลิตภัณฑ์ และการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อส่งมอบบริการเฉพาะบุคคลและสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง อันจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย"
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 ก.ค. 2569 เวลา : 14:10:16
21-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ก.ค.69) บวก 6.97 จุด ดัชนี 1,652.97 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (21 ก.ค.69) บวก 5.45 จุด ดัชนี 1,651.45 จุด

3. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 ก.ค.69) ลบ 307.16 จุด กังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง จับตาผลประกอบการบริษัทเทคฯ

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ก.ค.69) ลบ 2.90 ดอลลาร์ กังวลสงครามอิหร่านหนุนน้ำมัน-เงินเฟ้อสูง

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ก.ค.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ภาคเหนือ ฝน 60% ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 30%

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ก.ค.69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,900 บาท

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ก.ค.69) บวก 6.82 จุด ดัชนี 1,652.82 จุด

8. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปิดเหนือแนวรับจิตวิทยา 4,000 เหรียญ ได้อีกครั้ง หลังจากเมื่อวานนี้ปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,980 เหรียญ

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (21 ก.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (20 ก.ค.69) บวก 6.96 จุด ดัชนี 1,646.00 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (20 ก.ค.69) ลบ 2.08 จุด ดัชนี 1,636.96 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังผันผวนบริเวณ 4,000 เหรียญ แม้หลุดระดับดังกล่าวหลายครั้ง แต่ยังมีแรงซื้อกลับเข้าพยุงราคา

13. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (20 ก.ค.69) ลบ 0.52 จุด ดัชนี 1,638.52 จุด

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (20 ก.ค.69) ปรับลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,650 บาท

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ก.ค.69) ประเทศไทยฝนลดลงจากมรสุมมีกำลังอ่อนลง ภาคเหนือ ฝน 30% ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 20% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 10%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 21, 2026, 10:01 pm