เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
KKP ชี้อสังหาฯ กทม.-ปริมณฑล แข่งเดือด! ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม ดัน "ยอดโอนพุ่ง - แต่มูลค่าหด" เตือนครึ่งปีหลังระวังสงครามราคา - แนะปรับแผนเจาะกลุ่ม Affordable


 
• ปรากฏการณ์ย้อนแย้ง: ยอดโอนกรรมสิทธิ์เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 ขยายตัวเชิงปริมาณ (ยูนิต) แต่มูลค่ารวมกลับชะลอตัวและติดลบในบางพื้นที่ 
 
• จุดเปลี่ยนพฤติกรรม: ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยที่อยู่อาศัยมือสองและคอนโดมิเนียม ขณะที่บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมือหนึ่งราคาสูงเข้าสู่ภาวะตึงตัวจากข้อจำกัดด้านสินเชื่อ 
 
• ทางรอดครึ่งปีหลัง: KKP แนะผู้ประกอบการเบรกโครงการแนวราบราคาแพง หันมาเน้นเจาะกลุ่มสินค้าราคาจับต้องได้ (Affordable Segment) และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กำลังซื้อจริง 
 
สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เผยบทวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม) ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เทียบกับปี 2568 พบภาพความย้อนแย้งเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจ แม้ตลาดจะฟื้นตัวในแง่ของ “จำนวนยูนิต” แต่อัตราการเติบโตของ “มูลค่าโอนรวม” กลับขยายตัวต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคสู่กลุ่มสินค้าราคาประหยัด (Affordable Segment) และการหมุนเวียนของตลาดบ้านมือสอง 
 
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ที่มียอดโอนรวมเพิ่มขึ้นถึง 17.0% แต่มูลค่ากลับขยายตัวเพียง 4.4% ในขณะที่ สมุทรปราการ ยูนิตโอนเติบโต 7.4% แต่มูลค่ารวมดิ่งลงถึง -9.5% 
 
 
เจาะลึกรายพื้นที่: คอนโดฯ-บ้านมือสอง สวมบทพระเอกพยุงตลาด 
 
การสำรวจข้อมูลเชิงลึกสะท้อนความต่างของแต่ละทำเลอย่างชัดเจน: 
 
• กรุงเทพมหานคร: คอนโดมิเนียมเติบโตโดดเด่น ยอดโอนพุ่ง 24.9% มูลค่าโต 16.0% ขณะที่บ้านเดี่ยวชะลอตัวชัดเจน (ยอดโอนลดลง -0.7%, มูลค่าลดลง -9.0%) โดยเฉพาะอาคารพาณิชย์มือหนึ่งที่หดตัวแรงสุด (มูลค่าดิ่ง -48.4%) 
 
• นนทบุรี: ภาพรวมเติบโตดี นำโดยอาคารชุด (ยอดโอนโต 20.0%, มูลค่าโต 23.0%) โดยเฉพาะคอนโดฯ มือสองที่มูลค่าโตถึง 31.4% ส่วนบ้านแฝดมือหนึ่งหดตัวแรง (ยอดโอนลดลง -18.8%) 
 
• ปทุมธานี: เด่นสุดในกลุ่มทาวน์เฮ้าส์ (ยอดโอนโต 13.7%) และบ้านเดี่ยวมือสอง (มูลค่าโต 20.1%) สวนทางคอนโดฯ มือหนึ่งที่หดตัว -18.4% 
 
• สมุทรปราการ: มูลค่ารวมติดลบ -9.5% จากปัจจัยฉุดของบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมือหนึ่งที่ยอดโอนลดลงกว่า 15-21% โดยมีเพียงอาคารชุดมือสองที่พยุงตลาดไว้ได้ (มูลค่าโต 25.2%) 
 
• สมุทรสาคร: โตจากแรงหนุนของอาคารชุด (ยอดโอนโต 45.5%) และบ้านเดี่ยวภาพรวม (ยอดโอนโต 15.0%) 
 
• นครปฐม: ร้อนแรงที่สุดในปริมณฑล ภาพรวมหน่วยโอนโต 18.5% มูลค่าโต 12.1% นำโดยคอนโดฯ มือหนึ่งที่ยอดโอนเติบโตเกินเท่าตัว (115.4%) และมูลค่าโตถึง 100% 
 
 
3 ปัจจัยกดดันมูลค่าตลาดอสังหาฯ 
สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร วิเคราะห์ว่า มูลค่าการโอนที่ลดลงสวนทางกับจำนวนยูนิต มาจาก 3 ปัจจัยหลัก: 
 
1. สงครามราคาจากตลาดมือสอง: ผู้ขายยอมหั่นราคาเพื่อเร่งสภาพคล่อง ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยบ้านเดี่ยวมือสองในสมุทรปราการร่วงลงถึง -30.9% และกรุงเทพฯ ลดลง -10.9% 
 
2. การปรับเปลี่ยนสินค้า (Product Mix Shift): ผู้ซื้อปฏิเสธบ้านมือหนึ่งราคาสูง หันไปเลือกคอนโดฯ หรือบ้านแฝด/ทาวน์เฮ้าส์ขนาดเล็กที่ราคาจับต้องได้ 
 
3. ข้อจำกัดสินเชื่อและหนี้ครัวเรือน: เกณฑ์ปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้กำลังซื้อจริง (Real Demand) ระดับกลางไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาสูงได้ 
 
 
สรุปโอกาสและสัญญาณชะลอตัวรายทำเล
• กรุงเทพฯ: โอกาสอยู่ที่คอนโดฯ ระดับราคาคุ้มค่า / ชะลอตัวในบ้านเดี่ยวมือหนึ่งราคาสูงและอาคารพาณิชย์ 
• นนทบุรี: โอกาสอยู่ที่คอนโดฯ แนวรถไฟฟ้าและทาวน์เฮ้าส์ราคาเข้าถึงง่าย / ชะลอตัวในบ้านแฝดมือหนึ่ง 
• ปทุมธานี: โอกาสอยู่ที่ทาวน์เฮ้าส์แนวราบระดับ Mass / ชะลอตัวในคอนโดฯ มือหนึ่ง 
• สมุทรปราการ: โอกาสอยู่ที่ทาวน์เฮ้าส์และคอนโดฯ ราคาบัดเจท / ชะลอตัวในบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมือหนึ่งราคาสูง 
• สมุทรสาคร & นครปฐม: โอกาสอยู่ที่คอนโดฯ ราคาประหยัดรอบสถานศึกษาและแหล่งงาน / ชะลอตัวในอาคารพาณิชย์ 
 
 
แนะกลยุทธ์ตั้งรับ: ตลาดไม่ได้ขาดดีมานด์ แต่ขาดสินค้าที่ตรงกำลังซื้อ 
สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง สินค้าที่จะช่วยพยุงตลาดต้องเน้น “ความคุ้มค่าด้านราคาและฟังก์ชัน (Value for Money)” KKP แนะ 3 กลยุทธ์ตั้งรับสำหรับผู้ประกอบการ: 
 
1. เริ่มต้นประเมินกำลังผ่อนของลูกค้า เพื่อกำหนดกรอบราคา (Affordability) ก่อนออกแบบฟังก์ชันและขนาดที่ดิน 
 
2. แบ่งเฟสการเปิดโครงการให้สอดคล้องกับยอดขายจริง เพื่อบริหารความเสี่ยงจากดีมานด์ที่เปลี่ยนเร็วและลดภาระดอกเบี้ย 
 
3. สร้างจุดเด่นเหนือตลาดมือสอง ด้วยคุณภาพหลังการขายและการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยที่มีประสิทธิภาพ 
สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการครอบคลุมทั้งสินเชื่อ
โครงการ การบริหารความเสี่ยง และการใช้ข้อมูลเชิงลึกวิเคราะห์ทำเล เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อที่แท้จริง และร่วมขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 27 ก.ค. 2569 เวลา : 15:11:46
27-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (27 ก.ค.69) ลบ 19.92 จุด ดัชนี 1,624.47 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นเช้าวันนี้ พุ่งกว่า 1.5% สู่ระดับ 4,100 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศกลับมายืนเหนือ 65,000 บาท ได้อีกครั้ง

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (27 ก.ค.69) ลบ 11.91 จุด ดัชนี 1,632.48 จุด

4. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-34.00 บาทต่อดอลลาร์ จับตาตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อสหรัฐฯ กดดันตลาด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค.69) ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ประกอบกับมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผล "ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

6. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.40-34.00 มองเฟดคงดอกเบี้ย

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (27 ก.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (27 ก.ค. 69) ลบ 12.25 จุด ดัชนี 1,632.14 จุด

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.70 บาท/ดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (27 ก.ค.69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,000 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) บวก 3.36 จุด ดัชนี 1,644.39 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 4.72 จุด ดัชนี 1,636.31 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-33.95บาท/ดอลลาร์

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 27, 2026, 11:28 pm