เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COMPASS วิเคราะห์ "ส่งออกเดือน มิ.ย. 2569ขยายตัว 20.8%YoY มองส่งออกช่วง 2H69 เผชิญความเสี่ยงภายใต้ Section 301 ของสหรัฐฯ"


 มูลค่าส่งออกเดือน มิ.ย. 2569 เติบโต 20.8%YoY เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 10.6%YoY ทั้งนี้ 1H69 ขยายตัว 17.6%YoY  โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะ  ในตลาดสหรัฐฯ ด้านการนำเข้าขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 50.3%YoY ตามการนำเข้าแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ และสินค้าเชื้อเพลิง ส่งผลให้ดุลการค้าเดือน มิ.ย. ขาดดุล 6,534.7 ล้านดอลลาร์ฯ
 
• Krungthai COMPASS คาดว่าการส่งออกไทยในช่วง 2H69 ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะ Section 301 ซึ่งผู้ประกอบการไทยอาจเสียเปรียบคู่แข่งในตลาดสหรัฐฯ ทั้งจากประเด็นเรื่อง Forced Labor Goods ที่บางประเทศมีอัตราภาษีต่ำกว่า และ Structural Excess Capacity ซึ่งสหรัฐฯ อาจพิจารณาตอบโต้ไทยจากกรณีดังกล่าวในระยะถัดไป

มูลค่าส่งออกเดือน มิ.ย. 69 อยู่ที่ 34,655.9 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 20.8%YoY เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
ที่ 10.6%YoY และสูงกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 16.9%1 ทั้งนี้ หากไม่รวมทองคำ มูลค่าการส่งออกจะขยายตัว 24.4%YoY โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากสินค้าอุตสาหกรรม (+25.1%YoY) โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (+32.5%YoY) ในขณะที่ สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรต่างหดตัว (-6.5%YoY) โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง (-18.0%YoY)
 
การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะสหรัฐฯ (+44.3%YoY ต่อเนื่อง 33 เดือน)  สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องโทรศัพท์ (+137.9%YoY) เครื่องคอมพิวเตอร์ (+63.6%YoY) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตะวันออกกลาง (-6.9%YoY) หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน
 
มูลค่าการนำเข้าเดือน มิ.ย. อยู่ที่  41,190.6 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 50.3%YoY เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 35.1%YoY และสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 37.1%1 จากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบสำหรับการผลิตและประกอบสินค้าเทคโนโลยีเพื่อส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องจักรกล
 
ดุลการค้าเดือน มิ.ย. ขาดดุล 6,534.7 ล้านดอลลาร์ฯ ขาดดุลต่อเนื่อง 11 เดือน

 
 
1 อ้างอิงจาก Reuter Polls (As of Jul 2569)

Implication: 
 
Krungthai COMPASS ประเมินว่า แม้การส่งออกไทยในช่วง 1H69 ขยายตัวสูงถึง 17.6%YoY จากแรงส่งของ Technology Cycle แต่ในช่วง 2H69 คาดว่าแรงหนุนจากการเร่งส่งออกมีแนวโน้มชะลอลงเมื่อสหรัฐประกาศใช้ Section 301 กับประเทศคู่ค้า โดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวถึง 26.6%YoY (26.3% ของมูลค่าส่งออกไม่รวมทองคำ) ในช่วง 1H69 ส่งผลให้การส่งออกไปสหรัฐฯ เร่งตัว 41.1%YoY อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าภายใต้ Section 301 ซึ่งเป็นเครื่องมือทดแทน Section 122 ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันต่อการส่งออกไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ ใน 2 ประเด็น
 
 
1) Forced Labor Goods2 ซึ่งทาง USTR เรียกเก็บภาษี 12.5% กับสินค้าไทยในวงกว้างตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. สูงกว่าอินโดนีเซียและมาเลเซียที่ 10.0% ซึ่งทั้งสองประเทศมีกลไกและข้อตกลงในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ ส่วนต่างดังกล่าวอาจลดทอนความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบคิดเป็น 62.4%3 ของมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ และกระจุกตัวในกลุ่มเครื่องจักรสำหรับการผลิต ยางและผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า
 
2) Structural Excess Capacity3 อาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อผู้ประกอบการไทย โดยไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่ถูกสอบสวน เนื่องจากภาคการผลิตของไทยมีอัตราการใช้กำลังผลิต ต่ำกว่า 60% ต่อเนื่องสองปี (67-68) เมื่อพิจารณาร่วมกับการเกินดุลกับสหรัฐฯ โดยพบว่ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์เป็นสาขาหลักที่ต้องจับตา เนื่องจากมีอัตราการใช้กำลังผลิตเฉลี่ย 56.6% แต่เกินดุลถึง 29.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประกอบกับการมีผู้ส่งออกรายใหญ่ซึ่งมีส่วนแบ่งถึง 85% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเทคโนโลยีทั้งหมด มี Import Content สูงถึง 70%4 สะท้อนว่าการขยายตัวของการส่งออกไทยพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศสูง และการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าว อาจเข้าตามเกณฑ์การใช้กำลังผลิตส่วนเกิน
 
มองไปข้างหน้า ผู้ประกอบการไทยอาจเสียเปรียบคู่แข่งจากอินโดนีเซียและมาเลเซียในตลาดสหรัฐฯ ด้วยอัตราภาษีที่ต่างกัน จากประเด็นเรื่อง  Forced Labor นอกจากนี้ ความเสี่ยงเพิ่มเติมจากประเด็นการตรวจสอบเรื่อง Excess Capacity ซึ่งสหรัฐฯ อาจพิจารณาตอบโต้จากกรณีดังกล่าวในระยะถัดไป
 
2 Forced labor goods เป็นประเด็นที่สหรัฐฯ มองว่าไทยยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการที่เพียงพอในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับจากต่างประเทศ
3 ประมาณการโดย Krungthai COMPASS 
4 Structural Excess Capacity เป็นประเด็นที่สหรัฐฯ กำลังสอบสวนว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้กำลังผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
5 Monetary Policy Forum (2/2026) 
 
กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
ภูมิภัชช์ จาง 
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 27 ก.ค. 2569 เวลา : 15:19:36
27-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (27 ก.ค.69) ลบ 19.92 จุด ดัชนี 1,624.47 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นเช้าวันนี้ พุ่งกว่า 1.5% สู่ระดับ 4,100 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศกลับมายืนเหนือ 65,000 บาท ได้อีกครั้ง

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (27 ก.ค.69) ลบ 11.91 จุด ดัชนี 1,632.48 จุด

4. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-34.00 บาทต่อดอลลาร์ จับตาตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อสหรัฐฯ กดดันตลาด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค.69) ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ประกอบกับมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผล "ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

6. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.40-34.00 มองเฟดคงดอกเบี้ย

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (27 ก.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (27 ก.ค. 69) ลบ 12.25 จุด ดัชนี 1,632.14 จุด

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.70 บาท/ดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (27 ก.ค.69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,000 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) บวก 3.36 จุด ดัชนี 1,644.39 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 4.72 จุด ดัชนี 1,636.31 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-33.95บาท/ดอลลาร์

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 27, 2026, 11:28 pm