แบงก์-นอนแบงก์
EXIM BANK ประกาศความสำเร็จหลักสูตร EXIM 2X จับมือพันธมิตรปั้นผู้ส่งออกไทยรุ่นใหม่ จับคู่ธุรกิจสำเร็จกว่า 90 คู่เจรจา สนับสนุนสินเชื่อและวงเงินประกันการส่งออกรวมกว่า 544 ล้านบาท


EXIM BANK จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตร "EXIM 2X" รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569 จำนวน 34 ราย ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการ SMEs กลุ่ม Gen Y ให้ก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกที่แข็งแกร่ง พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เวทีการค้าโลก โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรครั้งนี้ พร้อมด้วย ดร.ชัยชาญ เจริญสุข ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และนายรชตพงศ สุขสงวน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK

 
นายรชตพงศ สุขสงวน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ริเริ่มหลักสูตรนี้ตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs Gen Y ทั้งเจ้าของธุรกิจและทายาทธุรกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทยที่มีสัดส่วนผู้ประกอบการที่ผันตัวเป็นผู้ส่งออกน้อยกว่า 1% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งประเทศ หรือคิดเป็นเพียง 23,000 ราย จากผู้ประกอบการไทยทั้งหมด 3.2 ล้านราย ทั้งที่ตลาดต่างประเทศมีศักยภาพและกำลังซื้อสูงกว่าตลาดในประเทศ

 
นายรชตพงศกล่าวว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกได้นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคุณภาพสินค้า แต่ยังรวมถึงการขาดองค์ความรู้ด้านการส่งออก ความเข้าใจตลาดต่างประเทศ เครือข่ายคู่ค้า เงินทุน เครื่องมือบริหารความเสี่ยง และความสามารถในการปรับตัวต่อกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) ที่สามารถส่งออกได้อย่างต่อเนื่องมีจำนวนลดลงถึงประมาณ 72%

ในการดำเนินงานเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว EXIM BANK ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน สนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจรใน 3 มิติ ได้แก่ 

1. เสริม องค์ความรู้และทักษะด้านการส่งออก ครอบคลุมการวางแผนธุรกิจ กลยุทธ์การเข้าถึงตลาดต่างประเทศ โลจิสติกส์ การบริหารธุรกิจตามหลัก ESG และมาตรฐานทรัพย์สินทางปัญญา

2. สร้าง โอกาสทางการค้าและเครือข่ายธุรกิจ ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

3. สนับสนุน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้า ด้วยวงเงินสินเชื่อเสริมสภาพคล่องสูงสุด 100 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.59% ต่อปี ความคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อในต่างประเทศสูงสุด 10 ล้านบาท และบริการประกันส่งออก "EXIM for Small Biz" วงเงินรับประกันสูงสุด 2 ล้านบาทต่อกรมธรรม์ คุ้มครองความเสียหายสูงสุด 70% ของมูลค่าความเสียหายกรณีไม่ได้รับชำระค่าสินค้า

 
จากการดำเนินหลักสูตร EXIM 2X ทั้ง 2 รุ่น มีผู้ประกอบการผ่านการพัฒนาศักยภาพรวมกว่า 70 ราย พร้อมก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการรุ่นต่อรุ่น รวมถึงพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ในด้านการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้า หลักสูตรได้จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อจากตลาดจีน อินเดีย และอาเซียน รวมจำนวนคู่เจรจากว่า 90 คู่ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบปะคู่ค้า ทดสอบตลาด และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต ขณะเดียวกัน EXIM BANK ได้สนับสนุนวงเงินสินเชื่อและการประกันการส่งออกแก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 544 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดความเสี่ยงทางการค้า และสร้างความพร้อมในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ

 
“หากประเทศไทยต้องการเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกจากระดับไม่ถึง 1% ในปัจจุบัน การพัฒนาผู้ประกอบการให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลกจำเป็นต้องอาศัยไม่เพียงเงินทุน แต่รวมถึงองค์ความรู้ เครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นแนวทางที่ EXIM BANK และพันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม” นายรชตพงศ กล่าว

ทั้งนี้ ในโอกาสนี้ได้มีการเสวนาหัวข้อ “พลิกวิกฤตสู่โอกาส เคล็ดลับความสำเร็จผู้ส่งออกไทยในธุรกิจที่ยั่งยืน” โดย ดร.พรพันธ์ พรมวัง ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาค บริษัท เอเซีย แปซิฟิค คอสเมติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางไทยที่ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ แบรนด์ IN2IT (อินทูอิท) และนายจรัสภล รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารแบบครบวงจร
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 27 ก.ค. 2569 เวลา : 16:50:09
28-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (27 ก.ค.69) ลบ 19.92 จุด ดัชนี 1,624.47 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นเช้าวันนี้ พุ่งกว่า 1.5% สู่ระดับ 4,100 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศกลับมายืนเหนือ 65,000 บาท ได้อีกครั้ง

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (27 ก.ค.69) ลบ 11.91 จุด ดัชนี 1,632.48 จุด

4. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-34.00 บาทต่อดอลลาร์ จับตาตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อสหรัฐฯ กดดันตลาด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค.69) ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ประกอบกับมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผล "ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

6. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.40-34.00 มองเฟดคงดอกเบี้ย

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (27 ก.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (27 ก.ค. 69) ลบ 12.25 จุด ดัชนี 1,632.14 จุด

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.70 บาท/ดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (27 ก.ค.69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,000 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) บวก 3.36 จุด ดัชนี 1,644.39 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 4.72 จุด ดัชนี 1,636.31 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-33.95บาท/ดอลลาร์

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 28, 2026, 7:22 am