แบงก์-นอนแบงก์
มากกว่าดิจิทัลคือ 'ความใส่ใจ' ธนาคารไทยเครดิต ผสาน 'คนและเทคโนโลยี' ขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางการเงินให้กับทุกคน


หากจะพูดถึงฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปากท้องของประเทศไทยให้เดินหน้าไปได้ในทุกๆ วัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) และพี่น้อง "พ่อค้าแม่ค้า" ตามย่านชุมชน คือหัวใจดวงใหญ่ที่มีความสำคัญไม่แพ้บริษัทขนาดใหญ่ แต่ที่ผ่านมา คนตัวเล็กกลุ่มนี้กลับต้องเผชิญกับกำแพงสูงในการเข้าถึงเงินทุนในระบบ จนหลายครั้งต้องตกอยู่ในวงจรหนี้นอกระบบที่ยากจะก้าวข้าม
 
ธนาคารไทยเครดิต เข้าใจถึงความท้าทายนี้เป็นอย่างดี และเราเชื่อมั่นว่าสิ่งสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมทางการเงิน ไม่ใช่เพียงแค่การหยิบยื่นเงินทุน แต่คือการสร้าง "ความอุ่นใจที่ได้พึ่งพา" ซึ่งเป็นมิติที่ลึกซึ้งและมีคุณค่า สามารถเข้าถึงวิถีชีวิตที่แท้จริงของผู้คนได้ ที่ระบบดิจิทัลเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจประเมินหรือทดแทนได้
 
เพราะมากกว่าการเป็นธนาคาร คือการเป็น “เพื่อนเคียงข้างธุรกิจ” ที่พร้อมดูแลในทุกช่วงเวลา
ธนาคารไทยเครดิตจึงใช้จุดแข็งด้านบุคลากรเป็นหัวใจหลักในการก้าวเข้าไปหาลูกค้า ผ่านเครือข่าย "สาขาสินเชื่อเพื่อรายย่อย" กว่า 500 แห่ง ที่กระจายตัวอยู่ตามย่านชุมชนและตลาดสดทั่วประเทศ โดยสาขาเหล่านี้ถูกออกแบบที่เน้นความกะทัดรัดและคล่องตัว เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของเราสามารถลงพื้นที่ทำหน้าที่เป็น "เพื่อนเคียงข้างธุรกิจ" คอยพูดคุย รับฟัง และให้คำปรึกษาแก่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอย่างใกล้ชิดถึงหน้าร้าน
 
การมีตัวตนของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จริง เปรียบเสมือนความอุ่นใจที่ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ากล้าเปิดใจเข้าหาแหล่งเงินทุนในระบบ และการลงพื้นที่จริงอย่างต่อเนื่องทำให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตที่แท้จริงของลูกค้าหลังจากได้รับเงินทุนไปแล้ว ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้กระบวนการวิเคราะห์และการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปดูแลลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด และสามารถให้คำแนะนำได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในยามที่การเงินของลูกค้าเริ่มส่งสัญญาณติดขัด นี่คือข้อดีของการใช้ "หัวใจของคน" ที่เทคโนโลยีบนหน้าจอไหนก็ไม่มีวันทำแทนได้
 
นอกเหนือจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยแล้ว สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ Micro SME ที่ต้องการโซลูชันทางการเงินที่เฉพาะเจาะจง ธนาคารไทยเครดิตก็พร้อมเคียงข้างผ่าน ศูนย์ Business Center ซึ่งตั้งอยู่ ณ หัวเมืองและย่านเศรษฐกิจสำคัญ โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วทั้งหมด 6 สาขา ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น สมุทรสาคร นครราชสีมา และสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเดินเข้ามาปรึกษาทางเลือกด้านสินเชื่อได้อย่างสบายใจ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิด ที่พร้อมช่วยปลดล็อกทุกข้อจำกัดทางการเงิน และขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้าได้อย่างไม่มีสะดุด
ลดขั้นตอนยุ่งยาก ส่งมอบเงินทุนอย่างรวดเร็ว
 
แม้ว่าธนาคารไทยเครดิตจะให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าผ่านสาขาที่ครอบคลุม แต่ในโลกยุคปัจจุบัน "ความเร็ว" ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นจากวิกฤตได้ทันท่วงที ธนาคารจึงเดินหน้าพัฒนา Digital System เข้ามาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมอำนวยความสะดวกและตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าอย่างตรงจุด
 
• สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย: ธนาคารพร้อมบริการผ่านแอปพลิเคชัน "ไมโครเพย์ อี-วอลเล็ท" (Micro Pay e-Wallet) กระเป๋าเงินดิจิทัลประจำร้าน ที่ไม่ได้มีดีแค่ไว้รับ-จ่ายเงิน แต่ยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงสินเชื่อ เพียงร้านค้าใช้ QR Code ของไมโครเพย์ในการรับ-จ่ายเงินอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก็สามารถใช้ประวัติการรับเงินดังกล่าวแทนเอกสารแสดงรายได้หรือสเตทเม้นท์ (Statement) ได้ทันที ช่วยทลายข้อจำกัดและลดขั้นตอนงานเอกสารที่ยุ่งยากลงไปได้มหาศาล ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถอนุมัติและส่งมอบเงินทุนถึงมือผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็วทันใจ
 
• สำหรับผู้ประกอบการ Micro SME: ธนาคารเตรียมที่จะส่งมอบโซลูชันใหม่อย่างแอปพลิเคชัน ‘alpha SME’ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนาขึ้นในแผนงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนเสริมสภาพคล่องและยกระดับความคล่องตัว ให้ธุรกิจยุคใหม่สามารถบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
 
ธนาคารไทยเครดิตไม่ได้เป็นเพียงแค่สถาบันการเงินที่อนุมัติสินเชื่อ แต่เราพร้อมที่จะเป็นทั้ง "เพื่อนคู่คิด" ที่คอยรับฟังด้วยความเข้าใจ และเป็น "พลังเทคโนโลยี" ที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้ธุรกิจของคนตัวเล็กและ Micro SME ไทย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง มีสภาพคล่อง และประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
 
วางรากฐานการเงินและการออมให้งอกเงยอย่างมั่นคง
นอกจากการเติมทุนให้ธุรกิจเดินหน้าแล้ว การสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงผ่าน "การออมและการลงทุน" ก็เป็นอีกหนึ่งบริการที่ธนาคารให้ความสำคัญ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศทางการเงินให้สมบูรณ์และตอบโจทย์ลูกค้าทุกช่วงวัย
 
• เงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูงสำหรับวัยทำงาน: ธนาคารออกแบบ บัญชี alpha Savings by Thai Credit บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ย่อทุกบริการมาไว้บนสมาร์ตโฟน ให้คุณเปิดบัญชี โอนเงิน หรือเช็กดอกเบี้ยสะสมได้ทุกที่ทุกเวลา มอบผลตอบแทนสูงถึง 1.6% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากสูงสุดถึง 500,000 บาท คุ้มค่าในรูปแบบที่ไม่มีความเสี่ยง สามารถฝาก-ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ และพร้อมจ่ายดอกเบี้ยให้ทุกๆ 6 เดือน... คลิก
 
• เงินฝากประจำ หมดกังวลเรื่องตลาดผันผวน สำหรับใครที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาวอย่างแม่นยำ ธนาคารยังมีบัญชีเงินฝากประจำหลากหลายประเภท ที่จะได้รับดอกเบี้ยแบบคงที่ตามระยะเวลาที่เลือก ...คลิก
 
• เงินฝากเพื่อความสุขสบายในวัยเกษียณ สำหรับผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ธนาคารมีผลิตภัณฑ์ "เงินฝากประจำสำหรับผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป" ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลเงินออมก้อนสำคัญของกลุ่มผู้สูงวัยให้ปลอดภัยสูงสุด ฝากง่าย ไม่ซับซ้อน และได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษี (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร) โดยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาฝาก ธนาคารจะโอนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเข้าบัญชีออมทรัพย์ให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างอุ่นใจ...คลิก
 
• ต่อยอดความมั่งคั่ง (Wealth) ระดับมืออาชีพ... ที่ทุกคนจับต้องได้: ธนาคารไทยเครดิตพร้อมเปิดประตูสู่โลกการลงทุนให้คนตัวเล็กและผู้ที่เริ่มออมเงิน ด้วยบริการซื้อขาย "กองทุนรวม" จากบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำ โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น เริ่มต้นลงทุนได้เพียง 1 บาทเท่านั้น ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming Fund+ ที่สะดวก รวดเร็ว สแกนพอร์ตได้ทุกเวลา พร้อมทั้งมีผู้แนะนำการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญคอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกย่างก้าวของการเติบโต…คลิก

บทสรุปแห่งความมุ่งมั่น “เคียงข้างทุกคน...สู่ความเท่าเทียมทางการเงิน”
บทสรุปของโมเดลทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของธนาคารไทยเครดิตในการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการเงินอย่างครบวงจร การผสาน "หัวใจของบุคลากร" ที่มอบความอุ่นใจและคำปรึกษาที่ตรงจุด เข้ากับ "พลังของเทคโนโลยี" ที่ช่วยเติมเต็มศักยภาพความสะดวกรวดเร็ว คือกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถ “ส่งมอบบริการทางการเงินที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน” เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนในทุกระดับ เติบโตและใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียม พร้อมเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 27 ก.ค. 2569 เวลา : 16:54:13
28-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (27 ก.ค.69) ลบ 19.92 จุด ดัชนี 1,624.47 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นเช้าวันนี้ พุ่งกว่า 1.5% สู่ระดับ 4,100 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศกลับมายืนเหนือ 65,000 บาท ได้อีกครั้ง

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (27 ก.ค.69) ลบ 11.91 จุด ดัชนี 1,632.48 จุด

4. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-34.00 บาทต่อดอลลาร์ จับตาตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อสหรัฐฯ กดดันตลาด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค.69) ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ประกอบกับมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผล "ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

6. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.40-34.00 มองเฟดคงดอกเบี้ย

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (27 ก.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (27 ก.ค. 69) ลบ 12.25 จุด ดัชนี 1,632.14 จุด

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.70 บาท/ดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (27 ก.ค.69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,000 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) บวก 3.36 จุด ดัชนี 1,644.39 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 ก.ค.69) ลบ 4.72 จุด ดัชนี 1,636.31 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-33.95บาท/ดอลลาร์

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 28, 2026, 7:20 am