เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
กกร.ชี้เศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังปี 69 เผชิญความไม่แน่นอนสูง ขณะที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากการปรับตัว


นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย และ น.ส.พิมพ์ใจ ลี้ อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศ ไทย ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ประจำเดือนสิงหาคม 2569 สรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

 
• เศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนสูง ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออก กลาง และเทรนด์เทคโนโลยี AI ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในแบบ K-shape สะท้อนจากมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โดยกลุ่มประเทศซึ่งมีการนำเข้าพลังงานในระดับสูงมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสดิจิทัลขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วยชาติเอเชียรวมทั้งไทย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งสูงขึ้นหลังเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าจากการบริหารค่าเงินเยนด้วยสกุลเงินยูโร โดยธนาคารกลางพันธมิตรซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการดำเนินนโยบายการเงิน
 
 
• เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากการปรับตัวและ capture โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มตามกระแสดิจิทัลของโลก แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี (สัดส่วน 26.5%) ที่เติบโตถึง 45.9%YoY ตาม  เทรนด์ปัญญาประดิษฐ์โลก อีกทั้งภาคการผลิตใน K ขาบนที่เติบโตสูง แต่ยังไม่สามารถส่งผ่านมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต้องเร่งยกระดับ local content อันจะช่วยตอบโจทย์ RVC รวมถึงการส่งเสริมการผลิตเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการสร้าง supply chain ในประเทศ และการวางแผนการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต เพื่อให้ได้รับอานิสงส์จากคลื่นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มไหลเข้าสู่ไทย รวมถึงแยกแยะกลุ่ม K ขาลงให้ชัดเจนในรายอุตสาหกรรม เพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนได้อย่างตรงจุด
 
 
• กกร. สนับสนุนให้เกิดการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลที่อัพเดท ครอบคลุม และมีกลไกตรวจสอบความถูกต้องอย่างแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การออกแบบมาตรการที่เหมาะสม ตรงจุด วัดผลได้ และช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ ข้อมูล รง. 8 ซึ่งเป็นข้อมูลการผลิตของผู้ประกอบกิจการโรงงาน ทำให้สามารถต่อยอดสู่การยกระดับธุรกิจไทยได้หลายมิติ โดยเฉพาะการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) รวมถึงการมีข้อมูลโครงสร้างการผลิตและการใช้ Local content ตลอดจนข้อมูลแรงงาน และ supply chain เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจที่อยู่ใน K-shape ขาลง เพื่อให้เกิดทั้งอุปสงค์และอุปทานที่ตรงเป้ากว่าเดิม สร้างโอกาสและรายได้ให้ผู้ประกอบการ และใช้ทรัพยากรการคลังได้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพอย่างเป็นองค์รวม
 
• นอกจากนี้ กกร. สนับสนุนการบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (Connect the dots) มีฐานข้อมูลที่อัพเดท เชื่อถือได้ และครอบคลุม ก้าวไปสู่การเป็น Open government ไม่ว่าจะเป็น การยกระดับการแบ่งประเภทความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลตรงกับความจำเป็นและเป็นธรรม ลดการเอาเปรียบจากช่องโหว่กฎหมาย มีการตรวจสอบการใช้นอมินี เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐที่จำเป็นผ่านระบบออนไลน์ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศด้วยข้อมูล สอดคล้องกับแนวทาง Reinvent Thailand และเป็นเรื่องเดียวกันกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ทุนเทา เศรษฐกิจนอกระบบ และเงินบาทที่หายไปจากระบบตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงการยกระดับพื้นที่ EEC ให้เป็นพื้นที่นำร่องในการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจในรูปแบบ One stop service ผ่าน พรบ. อำนวยความสะดวกฯ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐกับรัฐ และหน่วยงานรัฐกับเอกชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
 
• กกร. พร้อมร่วมผลักดันการขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของ กรอ. ประกอบด้วย (1) Investment & Industry Transformation Hub (2) AI & Digital Hub (3) Green Economy (4) Financial Hub (5) Medical Hub ซึ่งเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทย โดยนักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้ม FDI ระยะข้างหน้าที่เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2578 ซึ่งไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนไม่แพ้เพื่อนบ้าน สอดคล้องกับการขอรับการลงทุนผ่าน BOI ครึ่งปีแรกที่ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน ทิศทางดังกล่าวถือเป็นปัจจัยหนุนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อเร่งรัดการเติบโตสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคต
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ส.ค. 2569 เวลา : 15:37:51
07-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ส.ค.69) บวก 4.86 จุด ดัชนี 1,614.64 จุด

2. ประกาศ กปน.: 10 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนเทอดไท

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ส.ค.69) บวก 12.45 จุด ดัชนี 1,622.23 จุด

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 ส.ค.69) พุ่ง 152.60 ดอลลาร์ รับบอนด์ยีลด์ร่วง-หวังเจรจาอิหร่านคืบหน้า

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (5 ส.ค.69) บวก 263.24 จุด รับความหวังเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ คืบหน้า

6. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 160 เหรียญ หรือ 4.1% โดยมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องตั้งแต่ตลาดเอเชียจนถึงตลาดนิวยอร์ก ส่งผลให้ราคาขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 4,300 เหรียญ

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 ส.ค.69) ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมพัดปกคลุมประเทศไทย ส่งผล "กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่นๆ" ฝนตกหนัก 70% ยกเว้น ภาคใต้ 40-60%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.20 บาท/ดอลลาร์

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (6 ส.ค.69) พุ่งพรวด 1,900 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,950 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (6 ส.ค. 69) ลบ 1.28 จุด ดัชนี 1,608.50 จุด

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (6 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 33.06 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (5 ส.ค.69) ลบ 7.35 จุด ดัชนี 1,609.78 จุด

13. MTS Gold คาด ราคาทองคำโดยภาพรวมยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ในกรอบใหญ่ โดยวันนี้เริ่มเห็นโมเมนตั้มเชิงบวกหลังจากราคาทะลุระดับ 4,100 เหรียญขึ้นมาได้

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 ส.ค.69) ลบ 1.95 จุด ดัชนี 1,615.18 จุด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 7, 2026, 6:54 am