
มูลค่าส่งออกเดือน ก.ค. 2569 เติบโต 21.6%YoY เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 20.8%YoY โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ด้านการนำเข้าขยายตัว 36.7%YoY ตามการนำเข้าแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ และสินค้าเชื้อเพลิง ส่งผลให้ดุลการค้าเดือน ก.ค. ขาดดุล 3.610.5 ล้านดอลลาร์ฯ
Krungthai COMPASS ประเมินว่าการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่กระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางปัญหาการการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจ (value capture) ที่จำกัด โดย 1) การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวดีจากอานิสงค์ของวัฏจักรการลงทุนด้าน AI และ Data Center 2) การนำเข้าขยายตัวเร่งสูงตามการส่งออกสินค้า สะท้อนปัญหาการการใช้วัตถุดิบภายในประเทศต่ำ อย่างไรก็ดี การนำเข้าสินค้าทุนที่เร่งขึ้นสะท้อนแรงส่งของการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี
มูลค่าส่งออกเดือน ก.ค. 69 อยู่ที่ 34,789.1 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 21.6%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 20.8%YoY และสูงกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 17.8% ทั้งนี้ หากไม่รวมทองคำ มูลค่าส่งออกจะขยายตัว 21.6%YoY โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง สะท้อนผ่านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 24.2%YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 28 โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (67.8%YoY)
การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะสหรัฐฯ (+45.3%YoY ต่อเนื่อง 34 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องโทรสาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตะวันออกกลาง (-12.1%YoY) และเอเชียใต้ (-5.4%YoY) หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน
มูลค่านำเข้าเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 38,399.6 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 36.7%YoY ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 50.3%YoY และต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 42.2%1 ตามการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบสำหรับการผลิตและประกอบสินค้าเทคโนโลยีเพื่อส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องจักรกล ทั้งนี้การนำเข้าน้ำมันดิบชะลอลงทั้งจากราคาและปริมาณ
ดุลการค้าเดือน มิ.ย. ขาดดุล 3,610.5 ล้านดอลลาร์ฯ ขาดดุลต่อเนื่อง 10 เดือน
Implication:
Krungthai COMPASS ประเมินว่าการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่กระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางปัญหาการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจ (value capture) ที่จำกัด
1. การส่งออกของไทยมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องสอดคล้องกับประเทศในภูมิภาค โดยการส่งออกเดือน ก.ค. ขยายตัว 21.6%YoY เร่งขึ้นจาก 20.8%YoY อานิสงส์จากการขยายการผลิตเพื่อการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่์ถูกขับเคลื่อนจากกระแสดิจิทัลของโลกและใช้ห่วงโซ่อุปทานของบรรดาชาติในเอเชียเป็นหลัก สะท้อนจากดัชนี Manufacturing PMI ของไทยในเดือน ก.ค. อยู่ที่ระดับ 54.2 ซึ่งอยู่ในโซนขยายตัว (>50) ต่อเนื่อง 15 เดือน และอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค บ่งชี้ถึงแรงส่งของภาคการผลิตและการส่งออกที่นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก นับแต่ต้นปีที่ผ่านมา (ม.ค.–ก.ค.) การส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขยายตัวสูงถึง 39.1%YoY ประเมินว่า อุปสงค์ดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปี ตามวัฏจักรการลงทุนด้าน AI และ Data Center
2. การนำเข้ามีแนวโน้มขยายตัวสูงตามการส่งออกและการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี มูลค่าการนำเข้าจากต้นปีที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค.) เติบโต 34.8%YoY โดยในรายหมวด พบว่า กลุ่ม Export oriented ขยายตัวถึง 56.3%YoY บ่งชี้ว่าการผลิตเพื่อส่งออกของไทยจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้า และมีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศต่ำ (low local content ) สะท้อนว่าแม้ไทยจะเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี แต่การ capture value มาเป็นมูลค่าเพิ่มยังน้อย จึงสร้างผลเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจส่วนรวมหรือ GDP ได้จำกัด อย่างไรก็ดี มูลค่าการนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้น 34.8%YoY ตามการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อรองรับการขยายตัวด้านเทคโนโลยี สะท้อนถึงแรงส่งของการลงทุนเทคโนโลยี สอดคล้องกับยอดส่งเสริมการลงทุนของ BOI ของกลุ่มดังกล่าวที่ขยายตัวสูง
กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
วรธันย์ โหตรภวานนท์
ภูมิภัชช์ จาง
Krungthai COMPASS
ข่าวเด่น