เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทพลิกอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยร่วงหลุดแนว 1,600 จุด"


 สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท


· เงินบาททยอยอ่อนค่าลง ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นตามมุมมองของตลาดที่มีต่อโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดก่อนสิ้นปี

เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ จากความกังวลของตลาดต่อความผันผวนของบอนด์ยีลด์และมุมมองที่มีต่อการเข้าแทรกแซงด้วยมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในเชิงลบ อย่างไรก็ดี เงินบาทล้างช่วงบวกทั้งหมดและพลิกกลับมาอ่อนค่าในช่วงต่อมา สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ฟื้นตัวขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากที่ รมว. คลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งขยาย Secondary Sanctions ครอบคลุมอีก 5 ภาคส่วนสำคัญที่น่าจะมีส่วนช่วยประคองเศรษฐกิจอิหร่าน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ นอกจากนี้ยังมีการขึ้นบัญชีดำนิติบุคคลและบุคคลอีกหลายรายด้วยเช่นกัน


 
เงินบาททยอยอ่อนค่าและขยับเข้าใกล้แนว 33.00 ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ สอดคล้องกับจังหวะการขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือนก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปียังคงมีอยู่

อนึ่ง เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่าตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ หลังกนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมกับส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทย

· ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ (หลังขยับเข้าใกล้ระดับ 33.00 ในระหว่างวัน) เทียบกับระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 ส.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 24-28 ส.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 12,228 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยที่ 375 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 129 ล้านบาท แต่หักตราสารหนี้หมดอายุ 504 ล้านบาท)

· สัปดาห์ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-4 ก.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.50-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ต่างชาติและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนส.ค. ข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงรายงาน Beige Book ของเฟด นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนส.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

· ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

SET index ปรับตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายหลัก ๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ โดยล่าสุดมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ

ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน รวมถึงเตือนประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่านอาจเผชิญมาตรการกดดันด้วยเช่นกัน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาช่วงสั้น ๆ กลางสัปดาห์จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มแบงก์ ซึ่งคาดว่าได้รับอานิสงส์จากแรงซื้อเก็งกำไรก่อนประกาศจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงาน (หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง รับข่าวอิหร่านกับโอมานอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ) ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงหลุดแนว 1,600 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังมีแรงขายหุ้นบิ๊กแคปรายตัวเข้ามากดดันเพิ่มเติม ขณะที่ตลาดยังรอติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดจากการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮลช่วงปลายสัปดาห์นี้ด้วยเช่นกัน


 
· ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,588.22 จุด ลดลง 1.58% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,812.44 ล้านบาท ลดลง 20.92% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.53% มาปิดที่ระดับ 229.06 จุด

· สัปดาห์ถัดไป (31 ส.ค. - 4 ก.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,575 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,630 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ของยูโรโซน

LastUpdate 28/08/2569 22:35:35 โดย : Admin
29-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (28 ส.ค.69) ลบ 12.48 จุด ดัชนี 1,588.22 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (28 ส.ค.69) ลบ 11.62 จุด ดัชนี 1,589.08 จุด

3. พยากรณ์อากาศวันนี้ (28 ส.ค.69) ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 30%

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (27 ส.ค.69) บวก 105.56 จุด, Nasdaq พุ่งแรง รับผลประกอบการ Nvidia

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (27 ส.ค.69) บวก 10.70 เหรียญ รับดอลลาร์อ่อนค่า จับตาประธานเฟดแถลงที่แจ็กสันโฮล

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (28 ส.ค.69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,200 บาท

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (28 ส.ค.69) ลบ 1.68 จุด ดัชนี 1,599.02 จุด

8. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากแรงขายทำกำไร หลังราคาปรับขึ้นแรงกว่า 500 เหรียญ ส่งผลให้เช้านี้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 4,600 เหรียญ

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (28 ส.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (27 ส.ค.69) ลบ 1.22 จุด ดัชนี 1,600.70 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (27 ส.ค.69) บวก 7.11 จุด ดัชนี 1,609.03 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำอยู่ในช่วง พักฐานระยะสั้นในกรอบแนวโน้มขาขึ้น หลังแรงขายทำกำไรส่งผลให้ราคาหลุด 4,600 เหรียญ ชั่วคราวก่อนฟื้นกลับขึ้นมา

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (26 ส.ค.69) ลบ 41.20 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (27 ส.ค. 69) บวก 9.62 จุด ดัชนี 1,611.54 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 29, 2026, 4:09 am