
“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนสิงหาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาค ในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการเป็นสำคัญ ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงฤดูการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ภาวะเศรษฐกิจโลก และต้นทุนการผลิต”
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนสิงหาคม 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนสิงหาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการเป็นสำคัญ ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงฤดูการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ภาวะเศรษฐกิจโลก และต้นทุนการผลิต” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 76.2 สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 76.9 โดยมีภาคบริการและภาคการลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นสบายในช่วงต้นปีเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวทะเลฝั่งอ่าวไทย ประกอบกับมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และแนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศที่จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความต่อเนื่องของกำลังซื้อภาคประชาชน และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 73.3 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการโดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่ทั้งภาครัฐและเอกชนมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ ประกอบกับเกษตรกรคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากผลผลิตสินค้าเกษตรที่ทยอยออกสู่ตลาดได้มากขึ้น ขณะเดียวกันราคาและอุปสงค์สินค้าเกษตรมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 71.1 โดยมีปัจจัยบวกหลักจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการดำเนินโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยวและฤดูการเก็บเกี่ยว ทำให้มีวัตถุดิบเกษตรเข้าสู่โรงงานแปรรูปเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังควรติดตามประเด็นความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและภาวะเศรษฐกิจโลก ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 70.4 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการและภาคเกษตรเป็นสำคัญ ตามอุปสงค์สินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปที่มีต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งนี้ ปัจจัยด้านสภาพอากาศ ต้นทุนการผลิต และความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการได้ในระยะต่อไป ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 70.2 สะท้อนแนวโน้มการขยายตัวของภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการอยู่ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมจากทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของสภาพอากาศเป็นสำคัญ สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 69.3 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการและภาคการลงทุน ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย รวมถึงมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวและกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาล ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 63.1 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคการลงทุนและภาคอุตสาหกรรม ตามคำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ภาระต้นทุนของผู้ประกอบการที่อยู่ในระดับสูง ความผันผวนของสภาพอากาศ และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองความเชื่อมั่นในระยะถัดไป
ข่าวเด่น