เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
โลกกำลังเข้าสู่ยุค Strategic Investment


• โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Strategic Investment ที่การตัดสินใจลงทุนไม่ได้มองเพียงต้นทุนและผลตอบแทน แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนโยบายของรัฐมากขึ้น

• เงินลงทุนกำลังไหลสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมูลค่า Greenfield Investment ในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เพิ่มจาก 109,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2020 เป็น 576,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 และมีสัดส่วนเพิ่มจาก 16% เป็น 44% ของการลงทุนสร้างโครงการใหม่ทั่วโลก

• Strategic Sector ครอบคลุม 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ AI Infrastructure เทคโนโลยีขั้นสูง แร่สำคัญ เทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

• การแข่งขันด้านการลงทุนกำลังกระจุกตัวในประเทศผู้นำเทคโนโลยี โดยในแต่ละอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ 3 ประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดครองสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยถึง 72% ขณะที่ประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับล่างได้รับเงินลงทุนเพียงประมาณ 10% ของโลก สะท้อนว่าการแข่งขันในยุคใหม่วัดกันที่ศักยภาพของประเทศ ไม่ใช่เพียงต้นทุนแรงงานอีกต่อไป 

การลงทุนโลกกำลังเปลี่ยนไป
 
ในอดีต นักลงทุนมักเลือกประเทศที่มีต้นทุนต่ำ แรงงานคุณภาพ และตลาดขนาดใหญ่เป็นหลัก
 
แต่วันนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ทำให้ "ยุทธศาสตร์ของประเทศ" กลายเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ผลตอบแทนทางธุรกิจ
 
รายงาน World Investment Report 2026 ของ UNCTAD จึงชี้ว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Strategic Investment หรือ "การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์" ซึ่งกำลังเปลี่ยนทั้งทิศทางของเงินลงทุนและกติกาการแข่งขันทางเศรษฐกิจของโลก
 
FDI โลกฟื้นตัว แต่การลงทุนกำลังเลือก "ทิศทางใหม่"
 
ปี 2025 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 6% แตะระดับ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเทศพัฒนาแล้วเติบโต 11% ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นเพียง 2%
 
แม้เม็ดเงินลงทุนจะกลับมาขยายตัว แต่ UNCTAD เตือนว่า แนวโน้มในปี 2026 ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
 
การฟื้นตัวครั้งนี้จึงไม่ได้หมายความว่าโลกกำลังกลับไปเหมือนเดิม แต่สะท้อนว่า เงินลงทุนกำลังเลือก "ทิศทางใหม่" มากกว่าการกลับไปใช้เกณฑ์เดิมในการตัดสินใจลงทุน
 
จาก "ต้นทุน" สู่ "ความมั่นคง"
 
ที่ผ่านมา บริษัทข้ามชาติมักเลือกลงทุนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นหลัก เช่น
• ต้นทุนการผลิต (Cost)
• ประสิทธิภาพการผลิต (Efficiency)
• การเข้าถึงตลาด (Market Access)
 
แต่ปัจจุบัน ปัจจัยเหล่านี้ “ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด” อีกต่อไป
 
การลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ได้รับอิทธิพลจาก
• นโยบายอุตสาหกรรมของรัฐ (Industrial Policy)
• มาตรการกำกับดูแลการลงทุน (Regulatory Scrutiny)
• ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security)
 
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นักลงทุนไม่ได้ถามเพียงว่า "ลงทุนที่ไหนกำไรมากที่สุด"
แต่กำลังถามว่า "ลงทุนที่ไหนจะทำให้ธุรกิจและประเทศมีความมั่นคงในระยะยาว"
 
การแข่งขันด้านการลงทุนจึงเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี ความมั่นคง และนโยบายของรัฐ
 
Strategic Sector ไม่ได้มีแค่ AI
 
เมื่อพูดถึง Strategic Investment หลายคนมักนึกถึง AI เป็นอันดับแรก
 
แต่ UNCTAD ให้นิยาม "อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์" ไว้ถึง 5 กลุ่ม ได้แก่
• AI Infrastructure และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
• เทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีอ่อนไหว
• แร่สำคัญ (Critical Minerals)
• เทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
• เซมิคอนดักเตอร์
 
อุตสาหกรรมเหล่านี้เชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศเดียวกัน ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิตชิป ไปจนถึง AI และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
 
ดังนั้น การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่เป็นการแข่งขันเพื่อครอบครอง ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของเศรษฐกิจแห่งอนาคต
 
เงินลงทุนกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์
 
ข้อมูลของ UNCTAD สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
 
มูลค่าโครงการลงทุนใหม่ (Greenfield Investment) ในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เพิ่มจาก 109,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2020 เป็น 576,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 หรือมากกว่า 5 เท่า ภายในเวลาเพียง 5 ปี
 
พร้อมกันนั้น สัดส่วนของการลงทุนเพิ่มจาก 16% เป็น 44% ของการลงทุนสร้างโครงการใหม่ทั่วโลก สะท้อนว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเม็ดเงินลงทุนใหม่กำลังไหลสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์
 
เมื่อแยกตามอุตสาหกรรม พบว่า
• AI Infrastructureมีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุด เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 47% ต่อปี
• เซมิคอนดักเตอร์ เติบโตเร็วที่สุด เฉลี่ย 54% ต่อปี
• แร่สำคัญ และ เทคโนโลยีพลังงาน เติบโตเฉลี่ย 17% ต่อปี
• เทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีอ่อนไหว เติบโตเฉลี่ย  8% ต่อปี
 
หากมองเฉพาะปี 2025 เม็ดเงินลงทุนใหม่ส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ Data Center เพิ่มขึ้นถึง 235,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามด้วยอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่พลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานทั่วไป และภาคการผลิตกลับชะลอตัว
 
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า เงินลงทุนของโลกกำลัง "เลือกเป้าหมาย" มากกว่าการกระจายตัวไปทุกอุตสาหกรรม โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงมากขึ้น
 
Strategic Investment กำลังกระจุกตัวอยู่ในศูนย์กลางเทคโนโลยีของโลก
 
แม้การลงทุนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เม็ดเงินกลับกระจุกตัวอยู่ในประเทศที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนโยบายอุตสาหกรรม
 
UNCTAD พบว่า ในแต่ละอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ 3 ประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดครองสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยถึง 72% ขณะที่ 3 ประเทศปลายทางหลักได้รับเงินลงทุนเฉลี่ย 56% ของทั้งหมด
 
แต่ละอุตสาหกรรมก็มี "ศูนย์กลาง" ของตัวเอง
• ???????? สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน AI Infrastructure
• ???????? สหภาพยุโรป มีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
• ???????? จีน มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่แร่สำคัญ
• ???????? ไต้หวัน ???????? ญี่ปุ่น ???????? เกาหลีใต้ และ ???????? สหรัฐฯ ยังคงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
 
ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับล่างได้รับเงินลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์รวมกันเพียงประมาณ 10% ของโลก ต่ำกว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมทั่วไปที่มีสัดส่วนมากกว่า 20%
 
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การแข่งขันเพื่อดึงดูด Strategic Investment ไม่ได้วัดกันที่ค่าแรงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่เทคโนโลยี บุคลากร ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และนโยบายของรัฐ
 
สิ่งที่กำลังเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ปลายทางของเงินลงทุน แต่คือ หลักคิดของการลงทุน
 
ประเทศที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่ประเทศที่มีต้นทุนต่ำที่สุดอีกต่อไป แต่คือประเทศที่สามารถสร้างความเชื่อมั่น พัฒนาเทคโนโลยี และมีนโยบายที่ทำให้ภาคธุรกิจวางแผนลงทุนระยะยาวได้อย่างมั่นใจ
 
สำหรับทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทย โจทย์สำคัญกำลังเปลี่ยนจาก "จะดึงดูดการลงทุนอย่างไร เป็น "จะสร้างศักยภาพอะไร เพื่อให้โลกอยากเข้ามาลงทุน" เพราะนั่นคือปัจจัยที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันในทศวรรษข้างหน้า
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ก.ย. 2569 เวลา : 15:03:47
08-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ก.ย.69) บวก 23.24 จุด ดัชนี 1,618.82 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงเผชิญแรงขายทำกำไรและปรับตัวลงราว 2.5% หลังขึ้นทดสอบบริเวณ 4,500 เหรียญ ในช่วงวันศุกร์

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ก.ย.69) บวก 22.97 จุด ดัชนี 1,618.55 จุด

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ก.ย.69) ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคอีสาน ส่งผล "กรุงเทพปริมณฑลและทุกภาค" ฝนตก 60% เว้นภาคใต้ 40%

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (7 ก.ย.69) ร่วง 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,550 บาท

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (7 ก.ย.69) บวก 6.04 จุด ดัชนี 1,601.62 จุด

7. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.75 - 33.30 รอเงินเฟ้อชี้ขาดดอกเบี้ยเฟด

8. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (7 ก.ย.69) ทรงตัว ที่ระดับ 32.92 บาทต่อดอลลาร์

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 ก.ย.69) บวก 18.66 จุด ดัชนี 1,595.58 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (4 ก.ย.69) บวก 11.90 จุด ดัชนี 1,588.82 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยปรับขึ้นไปทดสอบบริเวณ 4,500 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไร และกลับมาทรงตัวเหนือ 4,470 เหรียญ

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 ก.ย.69) ภาคอีสาน ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (3 ก.ย.69) พุ่ง 624.16 จุด ขานรับผู้ว่าเฟดหนุนคงดอกเบี้ยเดือนนี้

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (3 ก.ย.69) พุ่ง 125.30 ดอลลาร์ รับแนวโน้มเฟดคงดอกเบี้ยเดือนนี้

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 8, 2026, 3:23 am