หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งขึ้น แต่ยังขาด Fund Flow หนุน"


คาด SET แกว่ง sideways-up โดย Bond Yield สหรัฐฯ ทรงตัวในระดับสูง เช่นเดียวกับราคาน้ำมันที่ทรงตัวหลังคลายกังวลปัญหาอุปทานขาดแคลน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจน อีกทั้งนักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นไทย 11 วันทำการรวมเกือบ 4 หมื่นลบ. ทำให้ต้องระวังความผันผวนจากแรงขายทำกำไรสลับออกมา โดยคาดนักลงทุนยังเลือกลงทุนกระจายไปในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ทางเทคนิคดัชนีกลับขึ้นมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน หากผ่านจะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นในการฟื้นตัว

ประเด็นสำคัญ

• Reuters เผยการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางได้ฟื้นตัวสู่ระดับ 81% ของช่วงก่อนสงคราม เฉลี่ย 18.6 ล้านบาร์เรล/วัน ใน ก.ย. 2026 นำโดยซาอุฯ ที่ฟื้นกลับสู่ระดับ 6.6 ล้านบาร์เรล/วัน  มองลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) แต่บวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM)

• WorldBank ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปี 2026 เป็น 2.0% (เดิม 1.3%) จากการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยการส่งออกจากอาเซียน (มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม และไทย) ครองสัดส่วนสูงถึง 70% ขณะที่เตือนความเสี่ยงจากการขาดดุลจากการนำเข้าพลังงานและความยากจนกระจุกตัวในภาคเกษตร มองบวกต่อบรรยากาศลงทุนตลาดหุ้นไทยโดยรวม

• ครม. รับทราบการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 8 แห่ง ตามที่ กพอ. เสนอ เพื่อให้นักลงทุนใช้สิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกตาม พ.ร.บ. EEC อย่างนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี 2, สวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 2, นิคมฯ มาบตาพุด เป็นต้น เพื่อดึงการทุนต่างชาติ จ้างงาน พัฒนาสาธารณูปโภคนอกพื้นที่ ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA WHAUP)

• สนค. เผยภาวะเงินเฟ้อไทยใน ก.ย. 2026 เพิ่มขึ้น 2.82%YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อน จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และอาหารสด-อาหารสำเร็จรูป ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ยช่วง 9M26 เพิ่มขึ้น 1.54%YoY พร้อมปรับกรอบคาดการเงินเฟ้อทั้งปีเป็น 1.8-2.2% ประเมินกดดันต่อค่าครองชีพ มองลบต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR) และค้าปลีก (CPALL CPAXT)

• รมว.คลัง ยืนยันความพร้อมเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank AM 2026 (12–18 ต.ค.) ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนกว่า 15,000 คน โดยเสนอไทยในบทบาทผู้เชื่อมโลกและจุดแข็งด้านความปลอดภัยท่ามกลางเศรษฐกิจโลกแบ่งขั้ว เพื่อดึงการย้ายฐานลงทุน ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW) และระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศลงทุนที่ถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งท่าที Hawkish ของเฟด ซึ่งหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงในรอบหลายปี ทำให้ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออก ผสานกับราคาพลังงานที่ยังยืนสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เป็นแรงเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ นอกจากนี้ในประเทศยังมีประเด็น Overhang จากความกังวลสถานการณ์น้ำท่วม แม้เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. และ 11-13 ต.ค. นี้ ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะยังผันผวน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยถูกกดดันจากภายนอก ทั้งท่าที Hawkish ของเฟดที่ดัน Bond Yield สูงจน Fund Flow ไหลออก และราคาพลังงานสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ส่วนในประเทศมี Overhang จากเฝ้าระวังน้ำท่วมระลอกใหม่ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและกดดันบรรยากาศลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

1. Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีกระแสรายได้มั่นคงและมีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)

2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC) ขณะที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มประกันภัยที่อาจได้รับแรงกดดันจาก Loss ratio สูงขึ้น

3. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวใน 4Q26 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN CRC)

Daily Top Picks

CRC: ปัจจัยสนับสนุนจาก SSS ที่เติบโตเร่งขึ้นใน ก.ย. ที่ 4% เทียบกับ 1.5% ในช่วง ก.ค.-ส.ค. และ SSS ใน 3Q26F คาดจะเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มค้าปลีก ขณะที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากอุทกภัย ทำให้คาดกำไร 3Q26F จะเติบโตแข็งแกร่ง สนับสนุนจาก SSS, มาร์จิ้น และบาทอ่อนค่าหนุนรายได้ในเวียดนาม เป้าหมายระยะสั้นที่ 31.50 บาท

GULF: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากการส่งออกพลังงานในตะวันออกกลางที่ดีขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับลง บริษัทมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการขยายกำลังการผลิต และโอกาสในระยะต่อไปตามการขยายตัวของ Data Center, PDP2026 และมาตรการ Direct PPA เป้าหมายระยะสั้นที่ 60.50 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ต.ค. 2569 เวลา : 12:30:22
08-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 2.41 จุด ดัชนี 1,584.63 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 6.18 จุด ดัชนี 1,588.40 จุด

3. อุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมากทุกภาคทั่วไทย "กรุงเทพปริมณฑล" ระวัง 10-11 ต.ค. ฝนถล่มอีกครั้ง

4. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังเมื่อวานมีแรงซื้อกลับจากจุดต่ำสุดบริเวณ 4,103 เหรียญ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 4,184 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ต.ค.69) ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 70% คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร / กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% /ภาคอีสาน 20%

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (7 ต.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 66,900 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) ลบ 4.28 จุด ดัชนี 1,577.94 จุด

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ต.ค.69) บวก 253.38 จุด ขานรับบอนด์ยีลด์ร่วง-น้ำมันย่อตัว

10. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ต.ค.69) บวก 30.30 เหรียญ ขานรับดอลลาร์อ่อนค่า-บอนด์ยีลด์ร่วง

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 5.77 จุด ดัชนี 1,582.22 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 10.03 จุด ดัชนี 1,586.48 จุด

14. อุตุฯ ประกาศเตือน 9 -13 ต.ค. "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในโซนล่างบริเวณ 4,140 - 4,160 เหรียญ ท่ามกลางแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าบริเวณ 102 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 8, 2026, 6:30 am