เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจเอเชียปี 2569 ขยายตัวแข็งแกร่ง แรงส่งการลงทุน AI ช่วยต้านความเสี่ยงจากน้ำมันแพงและสงครามการค้าที่เพิ่มขึ้น


SCB EIC มองเศรษฐกิจเอเชียปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวทั่วโลก อย่างไรก็ดี การเติบโตของภูมิภาคเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานสูง ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ และภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น ส่งผลกระทบต่อแต่ละประเทศแตกต่างกัน ตามโครงสร้างพลังงาน ฐานการส่งออก และบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน AI โลก

 
สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมีแนวโน้มทำให้ราคาน้ำมันโลกอยู่ในระดับสูง ส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อของประเทศผู้นำเข้าพลังงานในภูมิภาค และอาจทำให้ธนาคารกลางบางประเทศทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ เพิ่มเติมยังเป็นความเสี่ยงต่อฐานการผลิตและการส่งออกของเอเชีย อย่างไรก็ดี การลงทุน AI ที่เร่งตัวช่วยหนุนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของเอเชียและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาคให้เติบโตต่อเนื่อง

 
 
เศรษฐกิจหลักของเอเชียมีโอกาสต่อยอดการเติบโตในระยะข้างหน้าจากจุดแข็งที่แตกต่างกัน

จีน : ใช้ AI ยกระดับภาคการผลิตและรักษาความสามารถในการแข่งขัน แม้อุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ จีนเร่งประยุกต์ใช้ AI ที่มีต้นทุนแข่งขันได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ภาคส่งออกยังขยายตัวได้ดี แม้เผชิญแรงกดดันทางการค้าจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคภายในประเทศยังฟื้นตัวเปราะบาง ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องพึ่งพาภาคการผลิตและการส่งออกเป็นสำคัญ
 
 
ญี่ปุ่น : เศรษฐกิจกำลังหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด แต่ดอกเบี้ยขาขึ้นอาจส่งผลต่อตลาดการเงินโลก กำไรภาคธุรกิจและค่าจ้างที่เติบโตต่อเนื่องสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ขณะที่เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นเป็นสัญญาณของการหลุดพ้นจากภาวะเงินเฟ้อต่ำที่ยืดเยื้อมานาน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ อาจส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายและเพิ่มความผันผวนในตลาดการเงินโลก เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นชาติที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่าสูงสุดในโลก

 
อินเดีย : ศักยภาพการเติบโตสูง แต่ต้องเร่งสร้างฐานการผลิตและลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง อินเดียมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จากแรงหนุนของการบริโภคภายในประเทศและการเติบโตของภาคบริการ อย่างไรก็ตาม อินเดียยังต้องเร่งพัฒนาฐานการผลิตเพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ในสัดส่วนสูงเป็นปัจจัยเปราะบางต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

 
อาเซียน : รับอานิสงส์จากห่วงโซ่อุปทาน AI และการย้ายฐานการผลิต แต่ความเชื่อมโยงกับจีนเพิ่มทั้งโอกาสและความเสี่ยง เศรษฐกิจอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าเศรษฐกิจโลก โดยได้รับแรงหนุนจาก FDI  รวมถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และ AI อย่างไรก็ดี อาเซียนกำลังเผชิญความท้าทายพร้อมกันสองด้าน ทั้งการแข่งขันจากสินค้าจีนในตลาดภายในประเทศ และความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเข้มงวดต่อการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าและการส่งผ่านสินค้า (Transshipment) จากจีนมากขึ้น สะท้อนว่าแม้อาเซียนจะได้รับประโยชน์จากการกระจายฐานการผลิต แต่ความเชื่อมโยงกับจีนที่ลึกขึ้นอาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในระยะข้างหน้า

 
 
สำหรับไทย SCB EIC มองว่าการที่ไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ยังเติบโตสูงเปิดโอกาสสำคัญสามด้าน ได้แก่ 1) การขยายตลาดสินค้า บริการ และการท่องเที่ยวไปยังประเทศเอเชียที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น 2) การเชื่อมโยงกับการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานใหม่ของภูมิภาค และ 3) การยกระดับบทบาทไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต การขนส่ง และบริการของภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนโอกาสเหล่านี้ให้เป็นการเติบโตจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน เทคโนโลยี  โครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้

อ่านต่อรายงานฉบับเต็มได้ที่... https://www.scbeic.com/th/detail/product/Asia-economy-071026

ผู้เขียนบทวิเคราะห์ : นนท์ พฤกษ์ศิริ (nond.prueksiri@scb.co.th) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส

กุศลิน จารุชาต (kusalin.charuchart@scb.co.th) นักเศรษฐศาสตร์

ภาวัต แสวงสัตย์ (pawat.sawaengsat@scb.co.th) นักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) 
SCB EIC Online : www.scbeic.com Line : @scbeic
 

บันทึกโดย : วันที่ : 07 ต.ค. 2569 เวลา : 17:52:49
08-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 2.41 จุด ดัชนี 1,584.63 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 6.18 จุด ดัชนี 1,588.40 จุด

3. อุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมากทุกภาคทั่วไทย "กรุงเทพปริมณฑล" ระวัง 10-11 ต.ค. ฝนถล่มอีกครั้ง

4. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังเมื่อวานมีแรงซื้อกลับจากจุดต่ำสุดบริเวณ 4,103 เหรียญ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 4,184 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ต.ค.69) ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 70% คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร / กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% /ภาคอีสาน 20%

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (7 ต.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 66,900 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) ลบ 4.28 จุด ดัชนี 1,577.94 จุด

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ต.ค.69) บวก 253.38 จุด ขานรับบอนด์ยีลด์ร่วง-น้ำมันย่อตัว

10. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ต.ค.69) บวก 30.30 เหรียญ ขานรับดอลลาร์อ่อนค่า-บอนด์ยีลด์ร่วง

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 5.77 จุด ดัชนี 1,582.22 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 10.03 จุด ดัชนี 1,586.48 จุด

14. อุตุฯ ประกาศเตือน 9 -13 ต.ค. "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในโซนล่างบริเวณ 4,140 - 4,160 เหรียญ ท่ามกลางแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าบริเวณ 102 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 8, 2026, 4:03 am