เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยเฟด


 

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 33.56 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางปัจจัยสำคัญจากทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ภาวะตลาดแรงงาน และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังคงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินโลก

ตลาดการเงินยังคงให้น้ำหนักต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน (Higher for Longer) แม้ความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมช่วงปลายเดือนตุลาคมได้ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 83% หลังจากสัญญาณจากตลาดแรงงานเริ่มสะท้อนการชะลอตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 5.24% ณ วันที่ 9 ตุลาคม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและช่วยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

สัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ สะท้อนผ่านตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls: NFP) ประจำเดือนกันยายน ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 89,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.2% และอัตราการเติบโตของค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยชะลอลงเหลือ 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี รายงานการจ้างงานภาคเอกชนจากสถาบัน ADP ยังคงสะท้อนการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานเฉลี่ยที่ 23,750 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังอยู่ในภาวะชะลอตัว (Slowdown) มากกว่าการหดตัว (Contraction)

ในด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนตุลาคมของมหาวิทยาลัยมิชิแกนปรับลดลงสู่ระดับ 46.3 จาก 48.1 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อระยะ 1 ปีข้างหน้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.7% และการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อระยะ 5 ปีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.5% สะท้อนความกังวลต่อภาวะค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลให้กำลังซื้อของภาคครัวเรือนอ่อนแรงลงในระยะถัดไป

สำหรับแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ (USD/THB) คาดว่าการแข็งค่าของเงินบาทจะยังเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากยังได้รับแรงกดดันจากระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติม หากตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักต่อแนวโน้มดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานมากขึ้นอีกครั้ง
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 12 ต.ค. 2569 เวลา : 13:10:39
13-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (12 ต.ค.69) ลบ 5.91 จุด ดัชนี 1,571.74 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,200 เหรียญ โดยหากราคาสามารถสร้างฐานเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 4,250 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (12 ต.ค.69) ลบ 3.55 จุด ดัชนี 1,574.10 จุด

4. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.30-33.70 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯและความเห็นประธานเฟด

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (12 ต.ค.69) บวก 0.88 จุด ดัชนี 1,578.53 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (12 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,600 บาท

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35 - 33.65 บาท/ดอลลาร์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (12 ต.ค.69) ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง 70% ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 30% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 20%

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (12 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.51 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: 15 ต.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (9 ต.ค.69) บวก 7.04 จุด ดัชนี 1,577.65 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (9 ต.ค.69) บวก 2.74 จุด ดัชนี 1,573.35 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงทดสอบบริเวณ 4,100 เหรียญ อีกครั้ง ก่อนมีแรงซื้อกลับและปิดเหนือ 4,150 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ปรับขึ้นต่อบริเวณ 4,170 เหรียญ

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (8 ต.ค.69) บวก 16.30 ดอลลาร์ ฟื้นตัวหลังร่วงแรง จับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (8 ต.ค.69) บวกเล็กน้อย 51.77 จุด, S&P500-Nasdaq ปิดลบ กังวลน้ำมันพุ่ง-หุ้นชิปร่วง

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 13, 2026, 6:57 am