การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ในวันนี้ (13 ต.ค.69) ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้กล่าวในหัวข้อ World Economic Outlook ซึ่งเป็นการประมาณการเศรษฐกิจโลก และประเทศสมาชิก รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงสำคัญ
โดยในส่วนของประเทศไทย IMF ได้ประมาณการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ 2.1% และในปี 2570 ยังคงเติบโตได้ในระดับ 2.1% เช่นกัน
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.1% และปี 2570 จะลดลงอยู่ที่ 1.7% โดยมองว่าประเทศไทยได้ผ่านสภาวะเงินฝืดไปแล้ว
พร้อมกันนี้ IMF ยังระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งภูมิภาคเอเชียถือว่ามีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง โดยได้รับอานิสงส์จากวัฎจักรสินค้าที่เกี่ยวกับเอไอ และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งการเติบโตของ AI นี้ ช่วยทดแทนจุดอ่อนจากผลกระทบของวิกฤติพลังงานได้เป็นอย่างดี
สำหรับเศรษฐกิจโลก IMF ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) หรือ WEO ฉบับล่าสุด โดยปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก ปี 2569 เป็น 3.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก.ค. ที่เคยประเมินไว้ที่ 3.0%
โดย IMF ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวเกิน 3% ได้ จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการลงทุนอันแข็งแกร่งในภาคส่วนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในฝั่งขาลงยังคงเพิ่มสูงขึ้น เพราะมีหลายประเทศเริ่มถูกทิ้งห่างและมีความเปราะบางมากขึ้นจากภาระหนี้สินที่พุ่งสูง
ตัวเลขการเติบโตดังกล่าวใกล้เคียงกับคาดการณ์ในกรณีที่ดีที่สุดที่เคยประเมินไว้เมื่อเดือนเม.ย. แต่ยังคงต่ำกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 3.5%
ส่วนในปี 2570 นั้น IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.4% ทรงตัวจากตัวเลขประมาณการในเดือนก.ค. และเพิ่มขึ้น 0.2% จากประมาณการเมื่อเดือนเม.ย.ตัวเลขคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐาน AI ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI รวมถึงประเทศผู้ผลิตและส่งออกฮาร์ดแวร์ AI เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก และไทย
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของผู้บริโภคทั่วโลก IMF คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.7% ในปี 2569 ก่อนจะชะลอลงเหลือ 4.1% ในปี 2570 โดยได้รับแรงกดดันจากสงครามอิหร่านและการลงทุนด้าน AI ที่ขยายตัว ซึ่งส่งผลต่อทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา
หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ IMF กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกยังคงมีความยืดหยุ่น แต่ความยืดหยุ่นนั้นกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยความเสี่ยงต่อการเติบโตยังคงเอียงไปทางด้านลบ ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางอาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่ออัตราเงินเฟ้อและทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง นอกจากนี้ แนวโน้มทางการคลังที่ย่ำแย่ลง การทบทวนความคุ้มค่าในการทำกำไรของ AI รวมถึงเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว อาจยิ่งทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจอ่อนแอลงไปอีก
IMF ยังชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จาก AI กับกลุ่มประเทศที่ตกขอบและเสียโอกาสจากเทคโนโลยีนี้
ขณะนี้มีเพียง 32 ประเทศเท่านั้นที่ครองสัดส่วนสูงถึง 95% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ลดลงอย่างน่าตกใจจากเดิมที่มีถึง 54 ประเทศในการประเมินเมื่อเดือนเม.ย. โดย IMF ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ลงถึง 47% นับตั้งแต่ที่ได้เผยแพร่ตัวเลขประมาณการเมื่อเดือนเม.ย. ซึ่งรวมถึงกลุ่มประเทศผู้นำเข้าน้ำมันหลายแห่งที่ไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่คุณค่าเทคโนโลยี AI
กลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการปรับลดคาดการณ์ในครั้งนี้ คือกลุ่มประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน โดย GDP ของซาอุดีอาระเบีย น่าจะหดตัวลง 3.3% ในปี 2569 ซึ่งพลิกผันอย่างสิ้นเชิงจากที่เคยคาดไว้เมื่อเดือนก.ค.ว่าจะเติบโตได้ 1.7%
เศรษฐกิจอิหร่าน อิรัก คูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ น่าจะถดถอยอย่างรุนแรงเช่นกัน โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ในปี 2569 จะหดตัวลง 7.6%, 16%, 16.7%, 15.6% และ 3.9% ตามลำดับ
สำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ IMF คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะโต 2.3% สำหรับทั้งปี 2569 และปี 2570 ไม่เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์เดิมในปี 2569 แต่เพิ่มขึ้น 0.1% โดยปี 2570 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง การลดภาษี และการลงทุนในเทคโนโลยี AI แม้แรงส่งจาก AI จะถูกหักล้างไปบ้างจากสัดส่วนการนำเข้าที่สูง
ด้านการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2569 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.1% จากเดิม 0.9% อันเป็นผลจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยี AI รวมถึงการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศที่สูงขึ้นในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU)
IMF ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษในปีนี้เป็น 1.3% เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก.ค. อันเป็นผลจากการลงทุนในเทคโนโลยี AI เช่นกัน
ส่วนจีน IMF คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 4.5% สำหรับปี 2569 และ 4.0% สำหรับปี 2570 ลดลง 0.1% จากคาดการณ์เมื่อเดือนก.ค. ทั้งคู่ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้ซ้ำเติมอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ แม้ภาคการส่งออกจะยังคงแข็งแกร่ง
ขณะที่อินเดียยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยคาดว่าจะเติบโต 7.0% ทั้งในปี 2569 และปี 2570 ซึ่งปรับเพิ่มจากประมาณการเดิมเดือน ก.ค. 0.6% สำหรับปี 2569 และ 0.3% สำหรับปี 2570 โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศ ภาคการบริการที่ขยายตัว และการลงทุน AI ที่แข็งแกร่ง
ข่าวเด่น