กองทุนรวม
MFC เปิดตัวกองทุน "M-VOLT" ขาย IPO วันที่ 26-30 ต.ค 69 ชูพอร์ตโตระยะยาวผ่านธีมลงทุนธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้าทั่วโลก


 
บลจ.เอ็มเอฟซี เสนอขาย "กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อิเล็กทริฟิเคชัน (M-VOLT)" เปิดโอกาสลงทุนใน Electrification Megacycle ธุรกิจขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า สร้างการเติบโตระยะยาว กลยุทธ์การลงทุนครอบคลุมทุก Value Chain การผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้า ไปจนถึงบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์และให้บริการที่เกี่ยวข้อง เปิดขาย IPO ระหว่างวันที่ 26-30 ต.ค 2569

 
 
นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC  ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า MFC เปิดเสนอขาย "กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อิเล็กทริฟิเคชัน" หรือ M-VOLT โดยลงทุนตรงในกองทุน Tema Electrification ETF (กองทุนหลัก) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทจดทะเบียนที่มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงหรือทางอ้อมกับธีมการใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) ทั่วโลก

นายธนโชติ กล่าวว่า MFC ได้มองโอกาสลงทุนใน Electrification Megacycle ธีมการลงทุนในโครง สร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบไฟฟ้าในทุกภาคส่วนทั่วโลก ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ จากความต้องการใช้งานพลังงานไฟฟ้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ และกำลังเข้าสู่ช่วงขยายตัวอีกครั้ง จากแรงหนุนของ Data Centers , AI, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 
 
นอกจากนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 55% ในช่วงปี 2020–2040 จากแรงขับเคลื่อนสำคัญของการขยายตัวของ Data Center และ AI การเติบโตของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคส่วนต่าง ๆ ส่งผลให้จำเป็นต้องเร่งลงทุนเพิ่มทั้งกำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น โดยมีการประเมินว่า สหรัฐฯ อาจเผชิญช่องว่างกำลังการผลิตไฟฟ้า (Supply Gap) ประมาณ 40 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2030 ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า การพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า ตลอดจนการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Electrification ในระยะยาว

"ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมตลอดห่วงโซ่พลังงาน ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า (Power Generation), ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid & Transmission), อุปกรณ์ไฟฟ้า (Electrification Equipment), ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ไปจนถึงการใช้งานไฟฟ้าปลายทาง (End-use Applications) ดังนั้น การใช้พลังงานไฟฟ้า จึงเป็นหนึ่งในแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Trend) ที่สร้างโอกาสการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ส่งผ่าน จัดเก็บ และการใช้ไฟฟ้า" นายธนโชติ กล่าว







นายธนโชติ กล่าวอีกว่า กองทุนหลักมีการบริหารกองทุนเชิงรุก โดยผู้จัดการกองทุนระดับโลกมีประสบการณ์กว่า  30 ปี และเลือกการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธีมการใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) ทั่วโลก เน้นลงทุนในบริษัทที่อยู่ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. การผลิตไฟฟ้า (Generation) ซึ่งครอบคลุมทั้งพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมและพลังงานหมุนเวียน 2. การบริหารจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Management) ทั้งในส่วนก่อนมิเตอร์และหลังมิเตอร์ และ3. ผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับการใช้งานไฟฟ้าปลายทาง (End-use Products and Services)

  สำหรับจุดเด่นของกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อิเล็กทริฟิเคชัน (M-VOLT) เน้นลงทุนในธุรกิจที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่าน   สู่พลังงานไฟฟ้า เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว โดยการลงทุนได้ครอบคลุมบริษัทประมาณ 2,000 แห่ง ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์และคัดเลือกบริษัทที่มีศักยภาพสูงที่สุดจาก Universe ขนาดใหญ่ ก่อนสร้างพอร์ตแบบ High Conviction ประมาณ 30-60 บริษัท เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ Electrification ในระยะยาว

โดยกลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้ M-VOLT สามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนที่ครอบคลุมตลอด Value Chain ของการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้า ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการผลิตไฟฟ้า ระบบโครงข่าย อุปกรณ์และระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำไฟฟ้าไปใช้ประโยชน์ปลายทาง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นในระยะยาว

ผู้ที่สนใจกองทุน M-VOLT กำหนดเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 26-30 ต.ค 2569 กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 6 ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุนป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือ โทรศัพท์ 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน   กด 2 หรือ Contact Center กด 0 สาขาแจ้งวัฒนะ โทร. 0-2835-3055-57 สาขาปิ่นเกล้า โทร.0-2014-3150-2 สาขาขอนแก่น โทร. 043-204-014-16 สาขาเชียงใหม่ โทร. 0-5321-8480-82 สาขาระยอง โทร. 033-100-340 สาขาหาดใหญ่ โทร. 074-232-324-25 หรือที่ www.mfcfund.com
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 26 ต.ค. 2569 เวลา : 21:16:55
02-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.01 จุด ดัชนี 1,518.59 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 20.31 จุด ดัชนี 1,524.29 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ที่เร่งตัวขึ้น

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.71 จุด ดัชนี 1,517.89 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 20.20 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค.

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 132.54 จุด ผิดหวังผลประกอบการ-กังวลเงินเฟ้อสูง

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 ต.ค.69) "ภาคใต้" ฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 40% ภาคกลาง-ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.72 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (30 ต.ค. 69) ลดลง 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,800 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 21.50 จุด ดัชนี 1,544.60 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 12.11 จุด ดัชนี 1,553.99 จุด

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 ต.ค.69) คงที่ ทองรูปพรรณขาย ขายออก 65,600 บาท

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวบริเวณ 4,050 เหรียญ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ 10 - 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75 - 4.00% ตามคาด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 2, 2026, 1:02 am