เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COOMPASS วิเคราะห์ "การปรับปรุงดัชนี MPI นัยยะต่อเศรษฐกิจไทย"


• สศอ. ได้ปรับปรุงดัชนี MPI เบื้องต้นในเดือน ก.ย. 69 โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงเพิ่มกลุ่มตัวอย่างโรงงานใหม่ ครอบคลุมข้อมูลในกลุ่มวงจรรวม (IC) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
 
• การเพิ่มความครอบคลุมของข้อมูล MPI พลิกภาพการผลิตช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 จากหดตัว 0.1%   เป็นเติบโต 3.9% ลดความแตกต่างระหว่างการเติบโตของการส่งออกกับภาคการผลิตลงโดยเฉพาะกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี MPI ที่ปรับปรุงแล้วยิ่งสะท้อนภาพ K-Shaped ในภาคการผลิตมากขึ้น
 
• Krungthai COMPASS คาด MPI ใหม่อาจหนุนประมาณการ GDP ปี 69 จากเดิมมองว่าเศรษฐกิจไทยโต 2.3% เป็น 2.6% เพิ่มขึ้นเพียง 0.3% เนื่องจากการปรับขึ้นของดัชนี MPI ไม่ได้ส่งผ่านไปยัง GDP ในสัดส่วนเดียวกัน จากการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าสูง นอกจากนี้ ภาคแรงงานอาจยังไม่ได้รับประโยชน์ชัดเจนนัก โดยกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์มีค่าตอบแทนแรงงานต่อมูลค่าส่งออกเพียง 10.1% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16% 
 
• โจทย์ต่อไปคือการเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ เพิ่มสัดส่วนการใช้ Local Contentและกระจายผลประโยชน์สู่ภาคแรงงานผ่านการพัฒนา Supplier และยกระดับกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมให้ปรับตัว 

ความแตกต่างระหว่างการเติบโตของการส่งออกกับภาคการผลิต เป็นประเด็นที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน มิ.ย.68 โดย กกร. ตั้งข้อสังเกตว่า    การส่งออกที่เติบโตสูงยังไม่สามารถส่งผ่านมาสู่ภาคการผลิตและเศรษฐกิจในประเทศได้อย่างเต็มที่1 อีกทั้งยังเน้นย้ำความจำเป็นในการยกระดับข้อมูลอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านความครอบคลุม (Coverage) คุณภาพข้อมูล (Quality) และโครงสร้างอุตสาหกรรม (Structure) โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน (Connect the Dots) เพื่อสะท้อนภาพเศรษฐกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น2
 
ประเด็นดังกล่าวนำมาสู่คำถามสำคัญว่า ความแตกต่างดังกล่าวเกิดจากข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูล (Data Capture) หรือข้อจำกัดในการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Value Capture) สอดคล้องกับข้อสังเกตของ Krungthai COMPASS ในบทความ “Manufacturing K-Shape” เกี่ยวกับโครงสร้างน้ำหนักและความครอบคลุมของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ที่อาจยังไม่สะท้อนการเติบโตของเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engines) ได้อย่างครบถ้วน3
 
 
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ปรับปรุงดัชนี MPI เบื้องต้นในเดือน ก.ย. 69  เพื่อให้ครอบคลุมกิจกรรมการผลิตใหม่และสะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยยิ่งขึ้น โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รายการ ได้แก่ เครื่องโน้ตบุ๊กและแล็ปท็อป อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณแบบออปติคอล (Optical Transceiver) และเครื่องสำรองไฟฟ้าสำหรับหน่วยประมวลผล (UPS) รวมถึงเพิ่มกลุ่มตัวอย่างโรงงานใหม่ 28 แห่ง ครอบคลุมข้อมูล 50 ชุด ในกลุ่มวงจรรวม (IC) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงปรับปรุงข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2567 อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงครั้งนี้ยังคงใช้ปีฐาน 2564 และระบบน้ำหนักคงที่ (Fixed Weight) ตามเดิม ทั้งนี้ สศอ. มีแผนทดสอบการคำนวนดัชนีแบบ Chain-linked4 ในระยะต่อไป
 
1 ด่วน! กกร. หั่นจีดีพีปี 68 เหลือ 1.5-2% ส่งออกติดลบ 0.5-0.3% | ฐานเศรษฐกิจ (มิ.ย. 68)
 
2 กกร. ปรับ GDP ไทยปี 69 โต 2.5% เตือน K-Shape เหลื่อมล้ำ SME ทิ้งห่าง |ฐานเศรษฐกิจ (ก.ย. 69)
 
3 Manufacturing K-Shape | Krungthai COMPASS (ส.ค. 69)
 
การปรับปรุงดังกล่าวส่งผลให้ภาพการเติบโตของภาคการผลิตไทยเปลี่ยนจากหดตัวเป็นขยายตัว โดยดัชนี MPI ปี 67 ปรับจาก -0.5% เป็น +0.6% ปี 68 จาก -0.4% เป็น +3.6% และช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569  จาก -0.1% เป็น +3.9% ซึ่งข้อมูลชุดใหม่เริ่มแสดงความแตกต่างนับตั้งแต่กลางปี 67
 
 
การปรับปรุงข้อมูลอุตสาหกรรมครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะดัชนี MPI แต่ยังทำให้เครื่องชี้ด้านยอดขายและสินค้าคงคลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 ดัชนี MPI ถูกปรับเพิ่มขึ้น 4.0 pp ขณะที่ดัชนีการส่งสินค้าปรับขึ้น 2.3 pp จากเดิมหดตัว 0.9% เป็นขยายตัว 1.4% ส่วนดัชนีสินค้าคงคลังปรับขึ้นสูงถึง     9.3 pp จากขยายตัว 5.6% เป็น 14.9% ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้น 0.12 pp จาก 59.05% เป็น 59.18%
 
เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรม พบว่าการปรับปรุงข้อมูลกระจุกตัวในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ โดยดัชนี MPI ของอุตสาหกรรมดังกล่าวถูกปรับเพิ่มสูงถึง 37.2 pp ขณะที่ ดัชนีการส่งสินค้าและดัชนีสินค้าคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 18.9 pp และ 58.4 pp ตามลำดับ ต่างจากอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ตัวเลขเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจำกัด
 
 
4 Chain-linked volume index (Chain-link Approach) หรือการเชื่อมโยงดัชนีแบบต่อเนื่องด้วยการปรับถ่วงน้ำหนักเป็นรายปี/ทุก 2-3 ปี แบบเดียวกับสิงคโปร์
 
การปรับเพิ่มของดัชนี MPI กว่า 97.4% มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 9.8% ของดัชนีรวม โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 อุตสาหกรรมดังกล่าวมีส่วนทำให้การเติบโตของ MPI ถูกปรับเพิ่มขึ้น 3.94 pp จากการปรับเพิ่มทั้งหมดราว 4.0 pp
 
 
 
เมื่อพิจารณาในระดับอุตสาหกรรมย่อย พบว่าการปรับเพิ่มส่วนใหญ่มาจาก Optical Transceiver ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสาร (Communication Equipment) โดยมี มีส่วนทำให้ MPI รวมปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 3.61 pp รองลงมา ได้แก่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ ที่ 0.27 pp และ 0.06 pp ตามลำดับ ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมกันมีส่วนเพิ่มรวมกันเพียง 0.11 pp ทำให้การปรับปรุงครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มความครอบคลุมของผลิตภัณฑ์ใหม่ ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์
 
 
การปรับปรุงดัชนี MPI ช่วยลดความแตกต่างระหว่างการเติบโตของการส่งออกกับภาคการผลิตลงได้บางส่วน โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 การส่งออกเติบโต 14.9% ขณะที่ดัชนี New MPI ขยายตัว 3.9% เทียบกับดัชนีเดิมที่หดตัว 0.1% ซึ่งสะท้อนว่าการปรับปรุงข้อมูลช่วยให้ภาพการผลิตสอดคล้องกับการส่งออกที่มีโครงสร้างเปลี่ยนไปได้ยิ่งขึ้น
 
เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรม พบว่าช่องว่างดังกล่าวลดลงอย่างชัดเจนในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ โดย New MPI ของกลุ่มดังกล่าวขยายตัว 44.3% ใกล้เคียงกับการส่งออกที่เติบโต 51.9% อย่างไรก็ตาม MPI ของอุตสาหกรรมอื่นยังหดตัว 0.5% สวนทางกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 5.6%
MPI ที่มีการปรับปรุงแล้ว สะท้อนภาพ K-shape ของภาคการผลิตชัดเจนกว่าเดิม โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีน้ำหนักราว 10% ของ MPI ขยายตัวกว่า 140% จาก ม.ค. 67 เทียบกับ MPI ก่อนการปรับปรุงที่ราว 14% ขณะที่อุตสาหกรรมอื่น ซึ่งคิดเป็นกว่า 90% ของ MPI ยังทรงตัวถึงหดเล็กน้อย (ต่ำกว่าระดับ 100) แม้ปรับปรุง MPI จะช่วยเพิ่มความครอบคลุมของข้อมูลสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยิ่งแสดงให้เห็นถึงภาคการผลิตที่แยกเป็นสองขั้วชัดขึ้น
 
 

ประเมินผลต่อ GDPจากการปรับปรุง MPI
 
การปรับขึ้นของดัชนี MPI ครั้งนี้ อาจนำไปสู่การทบทวนการคำนวณ GDP เนื่องจากดัชนี MPI เป็นหนึ่งในเครื่องชี้ในการประเมิน GDP สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนราว 25% ของ GDP ไทย อย่างไรก็ตามผลของการปรับขึ้นของดัชนี MPI อาจไม่ได้ส่งผ่านไปยัง GDP ในสัดส่วนเดียวกัน เนื่องจาก GDP สะท้อนมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศ (Domestic Value Added) ขณะที่การผลิตสินค้าในบางอุตสาหกรรมมีการพึ่งพาชิ้นส่วนและวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ (Import Content) ในระดับสูงส่งผลให้การปรับขึ้นของผลผลิตสินค้าอุตสาหกรรมอาจสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างจำกัด

Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 69 มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม        ที่ 2.3% โดยการปรับปรุงดัชนี MPI ครั้งนี้อาจส่งผลให้ GDP ปรับสูงขึ้นราว 0.3 pp และมีโอกาสแตะ 2.6% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มความครอบคลุมของข้อมูลการผลิตในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ Goldman Sachs มองว่าการปรับปรุงดัชนี MPI ครั้งนี้อาจทำให้ GDP ในครึ่งแรกของปี 69 ปรับเพิ่มขึ้นราว 0.5 pp5
 
 
แม้การปรับปรุง MPI จะช่วยลดช่องว่างระหว่างการส่งออกกับภาคการผลิต แต่ช่องว่างดังกล่าวยังสูงในหลายอุตสาหกรรม โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 69 พบว่า 13 จาก 14 กลุ่มอุตสาหกรรมที่นำมาวิเคราะห์ (ครอบคลุมน้ำหนักรวม 95.7% ของดัชนี MPI) มีการส่งออกขยายตัวสูงกว่าดัชนี MPI
 
 
กลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการปรับเพิ่ม MPI มี Import Content สูงที่สุดที่ 59.8%ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ แม้จะมีการปรับปรุงข้อมูลแล้ว แต่ยังพึ่งพา Import Content สูง หลายอุตสาหกรรมมี Import Content ราว 40-50% ของมูลค่าส่งออก ทำให้การส่งออกที่เติบโตสร้างมูลค่าเพิ่มและผลผลิตในประเทศได้จำกัด จึงยังเป็นประเด็นที่ต้องพัฒนาต่อ โดยเฉพาะการเพิ่ม Local Content ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศอุตสาหกรรมที่ทำให้ MPI ปรับเพิ่มขึ้น ยังสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศได้จำกัด และจ้างงานน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่น 
 
 
การปรับดีขึ้นของ MPI กระจุกตัวในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีสัดส่วนค่าตอบแทนแรงงานต่อมูลค่าส่งออกเพียง 10.1% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16% จึงอาจส่งผ่านผลประโยชน์จากการผลิตและการส่งออกที่เพิ่มขึ้นไปสู่รายได้แรงงานได้จำกัดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนดังกล่าวสูงกว่า 
ขณะเดียวกัน จากข้อมูล BOI ในภาพรวมชี้ว่า ความต้องการแรงงานต่อมูลค่าออกบัตรส่งเสริมการลงทุน ลดลงจาก 0.56 คนต่อเงินลงทุน 1 ล้านบาทในปี 2565 เหลือ 0.29 คนในปี 2568 และ 0.21 คนในครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนว่าการลงทุนระยะหลังต้องการแรงงานต่อหน่วยเงินลงทุนน้อยลง 
 
นอกจากนี้ ธุรกิจผู้ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ โดย กกร. พบว่า K ขาขึ้นส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน สหรัฐฯ สิงคโปร์5 สอดคล้องกับงานศึกษาของ ธปท. ที่ชี้ว่าผู้ส่งออกสินค้า AI-related ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจต่างชาติที่มีการกระจุกตัวสูง เพียง 1% กินส่วนแบ่ง 82% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด6
5 กกร. ปรับ GDP ไทยปี 69 โต 2.5% เตือน K-Shape เหลื่อมล้ำ SME ทิ้งห่าง |ฐานเศรษฐกิจ (ก.ย. 69) 6 เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษของ ผว. ในงานสัมมนา "Thailand Economic Outlook 2027 | New Horizon Beyond the Trap

Implication
 
การปรับปรุง MPI สะท้อนความจำเป็นของข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และทันกาล เพื่อใช้ติดตามและวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจ ทั้งสำหรับการวางแผนของภาคธุรกิจและการกำหนดนโยบายภาครัฐ
 
? GDP ปี 69 มีโอกาสปรับขึ้นราว 0.3 pp เป็น 2.6%
จากประมาณการเดิมที่ 2.3% เมื่อสินค้าใหม่และกลุ่มตัวอย่างโรงงานที่ครอบคลุมมากขึ้น ช่วยให้ข้อมูลภาคการผลิตสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบันได้ใกล้เคียงความจริงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลต่อ GDP อาจไม่เท่ากับการปรับขึ้นของ MPI เนื่องจากการผลิตบางส่วนพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า
 
? การปรับ MPI ทำให้ภาพ K-shape ชัดขึ้น
การเติบโตที่เพิ่มขึ้นกระจุกตัวในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ขณะที่อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน ภาคการผลิตจึงแยกเป็นสองขั้วมากขึ้น และการส่งออกที่เติบโตสูงยังไม่ส่งผ่านไปยังทุกอุตสาหกรรม
 
? ต้องเพิ่ม Local Content
กลุ่มที่ขับเคลื่อนการเติบโตพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าสูงและสร้างรายได้แรงงานต่อมูลค่าส่งออกต่ำ จึงต้องพัฒนา supplier ไทยให้เชื่อมกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่ ควบคู่กับยกระดับผลิตภาพและทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมเดิมที่ยังอ่อนแอ เพื่อให้ปรับตัวและเข้าถึงโอกาสใหม่ได้
 
กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
ภูมิภัชช์ จาง 
ศูนย์วิจัย Krungthai COOMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 ต.ค. 2569 เวลา : 15:23:03
31-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.01 จุด ดัชนี 1,518.59 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 20.31 จุด ดัชนี 1,524.29 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ที่เร่งตัวขึ้น

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.71 จุด ดัชนี 1,517.89 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 20.20 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค.

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 132.54 จุด ผิดหวังผลประกอบการ-กังวลเงินเฟ้อสูง

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 ต.ค.69) "ภาคใต้" ฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 40% ภาคกลาง-ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.72 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (30 ต.ค. 69) ลดลง 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,800 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 21.50 จุด ดัชนี 1,544.60 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 12.11 จุด ดัชนี 1,553.99 จุด

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 ต.ค.69) คงที่ ทองรูปพรรณขาย ขายออก 65,600 บาท

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวบริเวณ 4,050 เหรียญ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ 10 - 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75 - 4.00% ตามคาด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 31, 2026, 12:46 am