เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคเดือน ต.ค.69 สะท้อนแนวโน้ม 6 เดือนข้างหน้าขยายตัวได้ โดยเฉพาะภาคใต้และภาคอีสาน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการ


"ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนตุลาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคภายใน 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการเป็นสำคัญ เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังติดตามประเด็นความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ร้อนและภัยแล้งจากผลของเอลนีโญ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงเป็นสำคัญ"


นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง
เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนตุลาคม 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนตุลาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคภายใน 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการเป็นสำคัญ เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังติดตามประเด็นความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ร้อนและภัยแล้งจากผลของเอลนีโญ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และราคาต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงเป็นสำคัญ” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
 
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 72.5 ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจภายใน 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว และมีการจัดงานเทศกาลหลายงาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในพื้นที่ รวมถึงอุปสงค์ต่อสินค้าจากทั้งในและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังเป็นแรงสนับสนุนกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 72.2 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้โดยมีแรงหนุนหลักจากภาคบริการและภาคเกษตร จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นการบริโภค การจ้างงาน และการลงทุนในภาคบริการ อีกทั้งจะเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวนาปี ข้าวนาปรัง อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง ประกอบกับแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกร กระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่น และสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 71.4 แสดงถึงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจใน 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ดี โดยมีปัจจัยบวกจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นจากการจัดงานประเพณีและเทศกาลสำคัญในหลายพื้นที่ รวมถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และการดำเนินมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่คาดว่าจะมีต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 69.0 สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่ยังคงขยายตัวได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคการลงทุนและภาคอุตสาหกรรม ตามแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนในพื้นที่ EEC มาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับแนวโน้มความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมจากทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 66.9 ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 66.4 สะท้อนว่าเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยภาคบริการและการจ้างงานได้รับอานิสงส์จากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว คำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดส่งออกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีต่อเนื่องและการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมการผลิตและความต้องการแรงงานในระยะข้างหน้า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 64.6 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ จากการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ทางด้านดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 61.4 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ รวมถึงการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังต้องติดตามประเด็นความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ต้นทุนพลังงาน ภาระค่าครองชีพ และกำลังซื้อของประชาชนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในระยะต่อไป
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 ต.ค. 2569 เวลา : 20:05:39
31-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.01 จุด ดัชนี 1,518.59 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 20.31 จุด ดัชนี 1,524.29 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ที่เร่งตัวขึ้น

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.71 จุด ดัชนี 1,517.89 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 20.20 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค.

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 132.54 จุด ผิดหวังผลประกอบการ-กังวลเงินเฟ้อสูง

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 ต.ค.69) "ภาคใต้" ฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 40% ภาคกลาง-ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.72 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (30 ต.ค. 69) ลดลง 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,800 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 21.50 จุด ดัชนี 1,544.60 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 12.11 จุด ดัชนี 1,553.99 จุด

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 ต.ค.69) คงที่ ทองรูปพรรณขาย ขายออก 65,600 บาท

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวบริเวณ 4,050 เหรียญ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ 10 - 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75 - 4.00% ตามคาด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 31, 2026, 12:47 am