เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "เกณฑ์ Credit Term ใหม่ มุ่งเพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs"


• หลักเกณฑ์สินเชื่อการค้า (Credit Term) ใหม่ตามประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ที่ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 2 ตุลาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป มีสาระสำคัญ คือ การกำหนดให้ธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ต้องชำระค่าสินค้าหรือบริการแก่ SMEs ภายใน 45 วัน สำหรับสินค้าและบริการทั่วไป และภายใน 30 วัน สำหรับสินค้าเกษตรหรือผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้น
 
• เป้าหมายของการปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าว คือ การเสริมสภาพคล่องให้ SMEs และแก้ปัญหาการต้องรอเงินจากคู่ค้ารายใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองเหนือกว่าเป็นเวลานาน ซึ่งหากพิจารณาระยะเวลา Credit Term ของผู้ประกอบการใน SET จะพบว่าโดยเฉลี่ยในภาพรวมแล้วยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 48 วันในปี 2567 มาอยู่ที่ 54 วันในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 และบาง Sectors มีระยะเวลา Credit Term มากกว่า 50 วัน เช่น การผลิตของใช้ส่วนบุคคลและเภสัชกรรม (76 วัน) การผลิตของใช้ในครัวเรือน และของใช้ในสำนักงาน (65 วัน) ค้าส่ง / ค้าปลีก (61 วัน) รวมถึงการผลิตวัสดุก่อสร้างที่ทำจากแร่อโลหะ (56 วัน)
 
• ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า เกณฑ์ Credit Term ใหม่ ช่วยสร้างความชัดเจนและมุ่งบรรเทาประเด็นสภาพคล่องให้กับ SMEs อย่างไรก็ตาม ผลสุทธิคงขึ้นอยู่กับอีกหลายเงื่อนไข

ข้อดีของหลักเกณฑ์ใหม่
 
• เสริมสภาพคล่อง: SMEs ได้รับเงินเร็วขึ้น ทำให้เงินสดหมุนกลับเข้าสู่กิจการเร็วขึ้น และลดความจำเป็นในการกู้เงินเพื่อใช้เป็น Working Capital
 
• ลดความเสียเปรียบด้านอำนาจต่อรอง: จากการกำหนดกรอบเวลาและจุดเริ่มต้นการนับ Credit Term ระหว่าง Buyer และ Supplier ที่มีความชัดเจนมากขึ้น
 
• เสริมความแข็งแรงของ Supply Chain: ช่วยลดความเสี่ยงที่ SMEs จะประสบปัญหาทางการเงินจนไม่สามารถส่งมอบสินค้าและบริการได้

ประเด็นเฝ้าระวังหลังบังคับใช้
 
• ความแตกต่างของแต่ละธุรกิจ และยอดขายยังเป็นตัวแปรหลัก: นอกจากเงื่อนไข Credit Term ของแต่ละอุตสาหกรรมที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการนำเข้า-ส่งออก ซึ่งอาจใช้เวลาในการส่งมอบนานกว่า 45 วัน ตัวแปรหลักที่จะยังมีผลต่อคำสั่งซื้อในซัพพลายเชน ยังขึ้นอยู่กับยอดขายหรือระยะเวลาในการขายสินค้าของผู้สั่งซื้อ ซึ่งอาจมากกว่าหรือน้อยกว่า Credit Term
 
• แรงกดดันต่อ Cash Flow ของธุรกิจขนาดใหญ่: การต้องจ่ายค่าสินค้าหรือบริการให้ Supplier เร็วขึ้น ทำให้ต้องใช้ Working Capital เพิ่ม รวมถึงอาจมีต้นทุนด้าน Compliance และระบบหลังบ้านเพิ่มขึ้น
 
• ผลทางอ้อมต่อ SMEs: ธุรกิจขนาดใหญ่อาจปรับเงื่อนไขทางการค้าเพื่อบริหารต้นทุน เช่น ต่อรองราคาซื้อ ลดคำสั่งซื้อ หรือลดจำนวน Supplier

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 ต.ค. 2569 เวลา : 21:42:53
31-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.01 จุด ดัชนี 1,518.59 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 20.31 จุด ดัชนี 1,524.29 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ที่เร่งตัวขึ้น

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.71 จุด ดัชนี 1,517.89 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 20.20 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค.

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 132.54 จุด ผิดหวังผลประกอบการ-กังวลเงินเฟ้อสูง

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 ต.ค.69) "ภาคใต้" ฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 40% ภาคกลาง-ภาคอีสาน 20% ภาคเหนือ 10%

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55 - 33.80 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.72 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (30 ต.ค. 69) ลดลง 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,800 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 21.50 จุด ดัชนี 1,544.60 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (29 ต.ค.69) ลบ 12.11 จุด ดัชนี 1,553.99 จุด

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 ต.ค.69) คงที่ ทองรูปพรรณขาย ขายออก 65,600 บาท

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวบริเวณ 4,050 เหรียญ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ 10 - 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75 - 4.00% ตามคาด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 31, 2026, 12:47 am