เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COMPASS วิเคราะห์ "กนง. มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% คาดคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 70"


• กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี โดยมีการปรับการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจปี 69 ขยายตัวสูงขึ้น เป็น 2.4% จาก 2.3% ตามการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวสูงจากวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI อย่างไรก็ตาม ผลดียังกระจุกตัวและจำกัดอยู่ในกลุ่ม AI-related ขณะที่แนวโน้มการบริโภคภาคเอกชนได้รับแรงกดดันส่วนหนึ่งจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 69 คาดว่าอยู่ที่ 2.1% แต่มีแนวโน้มเร่งขึ้นในต้นปี 70 จากราคาพลังงานและผลของเอลนีโญ
 
• Krungthai COMPASS คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 70 ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและฟื้นตัวแบบ K-Shape ทั้งนี้ ต้องติดตามความเสี่ยงจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และไทย ต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาท ซึ่งอ่อนค่าในช่วงที่ตลาดเปลี่ยนแปลงการคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีความผันผวน

กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยเศรษฐกิจขยายตัวได้สูงกว่าที่ประเมิน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั้งปีมีแนวโน้ม  ต่ำกว่าที่เคยประมาณการเดิมเมื่อ เดือน มิ.ย. 69

กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี ในการประชุมครั้งที่ 5/2569 โดยมีสาระสำคัญดังนี้
 
 
• เศรษฐกิจไทยมีแรงส่งหนุนการเติบโตดีกว่าที่ประเมินไว้ แต่ผลดียังกระจุกตัว โดยปรับประมาณการปี 69 สูงขึ้นจาก 2.3% เป็น 2.4% จากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาดตามวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI อย่างไรก็ดี ผลดีกระจุกอยู่ในกลุ่ม AI-related ที่เติบโตสูง แต่มีสัดส่วนเพียง 2.7% ของจีดีพีปี 67 สะท้อน spillover ต่อเศรษฐกิจมีจำกัด   ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับลดเหลือ 2.3% จาก 2.6% จากหนี้ครัวเรือนสูง ตลาดแรงงานและกำลังซื้อเปราะบาง นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดลดลงเหลือ 32 ล้านคนจาก 33 ล้านคน จากผลกระทบของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งนี้ ประมาณการจีดีพียังไม่รวมผลจากการปรับปรุงดัชนี MPI ซึ่งส่วนใหญ่มาจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
 
• อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งขึ้นชั่วคราวจนถึงต้นปี 70 ก่อนทยอยปรับตัวลง กนง. ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปปี 69 ลดลงจาก 2.8% เป็น 2.1% และปรับลดเงินเฟ้อพื้นฐานจาก 1.5% เป็น 1.2% อย่างไรก็ดี กนง. คาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปีจนถึงต้นปี 70 จากราคาพลังงาน และผลของเอลนีโญ ก่อนจะกลับสู่ระดับต่ำจากผลของฐาน และอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอส่วนหนึ่งจากปัญหาเชิงโครงสร้าง 
 
• ทั้งนี้ กนง. ประเมินว่ายังมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะสูงกว่าที่ประเมินไว้ จาก 1) สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ไม่แน่นอนสูง แม้ปริมาณส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคจะฟื้นกลับสู่ระดับก่อนสงคราม 2) ข้อจำกัดของมาตรการพยุงราคาพลังงาน ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการมากขึ้น และ 3) ธุรกิจราว 35% มีแผนขึ้นราคาในอีก 3 เดือนข้างหน้าจากผลสำรวจ BSI ต.ค. 69 นำโดยกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน อาทิ ภาคขนส่ง โรงแรมและร้านอาหาร อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย

Implication: 
 
Krungthai COMPASS คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 70    แม้ กนง. จะปรับเพิ่มประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทย แต่อัตราการเติบโตยังต่ำกว่าศักยภาพและผลดียังกระจุกตัว สอดคล้องกับมุมมองของ Krungthai COMPASS ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจขยายตัวแบบ K-Shape โดยผลดีจาก AI Cycle จำกัดอยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและปัจจุบันยัง Capture Value ได้น้อย จากการพึ่งพา Import Content สูง ขณะที่ภาระหนี้ครัวเรือนสูงและ SMEs เผชิญอุปสรรคต่อการปรับตัวและการแข่งขันรุนแรง จำกัดการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการบริโภคภาคเอกชน
 
ทั้งนี้ ต้องติดตามความเสี่ยงจากความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับต่างประเทศ               ใน 2 ประเด็น
 
 
1) การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท โดยหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขึ้นดอกเบี้ยเมื่อ 16 ก.ย. 69 และตลาดยังคาดการณ์ว่า Fed จะปรับดอกเบี้ยสูงขึ้น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายระหว่างสหรัฐฯ และไทย ณ สิ้นปี 69 กว้างขึ้นเป็น 317 bps ซึ่งกว้างที่สุดในภูมิภาค และในช่วงที่ตลาดเพิ่มคาดการณ์ ดอกเบี้ย Fed (16-28 ก.ย. 69) เงินบาทอ่อนค่า 0.7% มากเป็นอันดับ 2 รองจากเงินเยน
 
ทั้งนี้ ในช่วงตลาดลดคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed ลง (14-26 ต.ค. 69) และส่วนต่าง ณ สิ้นปีแคบลงมาอยู่ที่ 306 bps แต่เงินบาทยังอ่อนค่าในระดับ 0.7% ซึ่งอ่อนค่าสูงเทียบประเทศในเอเชีย 
 
2) ด้านเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ โดยในช่วงปลายเดือน ก.ย. ซึ่งตลาดปรับคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed สูงสุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิพันธบัตรและหุ้นรวม 2.7 หมื่นล้านบาทภายใน 3 วันทำการ (25-29 ก.ย. 69) ส่วนในช่วงที่ตลาดลดคาดการณ์ลง (15-26 ต.ค. 69) ต่างชาติกลับมาซื้อพันธบัตรสุทธิรวม 1.5 หมื่นล้านบาท  สะท้อนความเสี่ยงต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายในช่วงที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีความผันผวน อันส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท 
 
ความไม่แน่นอนของค่าเงินบาทที่เกิดจากปัจจัยดังกล่าว จะกดดันการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยเฉพาะในธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราระหว่างประเทศ รวมทั้งเสถียรภาพด้านต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ผันผวนในตลาดการเงินอย่างใกล้ชิดต่อไป
 
กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
กฤตตฤณ เหล่าฤทธิ์
ศูนย์วิจัย Krungthai Compass
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 พ.ย. 2569 เวลา : 13:39:39
02-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้(2 พ.ย.69) ลบ 11.39 จุด ดัชนี 1,507.20 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขายรุนแรงในช่วงตลาด COMEX หลังหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 3,950 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ของปีบริเวณ 3,870 เหรียญ

3. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed และปัจจัยเศรษฐกิจโลก

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (2 พ.ย.69) ลบ 5.90 จุด ดัชนี 1,512.69 จุด

5. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.50-34.00 ลุ้นผลเลือกตั้งและข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (2 พ.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.77 บาทต่อดอลลาร์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 พ.ย.69) ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล" ฝน 60% ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 40% ภาคเหนือ 30% ภาคอีสาน 20%

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (2 พ.ย.69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 63,400 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (2 พ.ย.69) ลบ 0.82 จุด ดัชนี 1,517.77 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.01 จุด ดัชนี 1,518.59 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 20.31 จุด ดัชนี 1,524.29 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ที่เร่งตัวขึ้น

14. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (30 ต.ค.69) ลบ 26.71 จุด ดัชนี 1,517.89 จุด

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (29 ต.ค.69) ร่วง 20.20 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อสูง กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค.

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 2, 2026, 7:06 pm