แบงก์-นอนแบงก์
กรุงไทยผนึก ปตท.- กรมลดโลกร้อน ขับเคลื่อน "I-SPARK" เชื่อมทุนเอกชนสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เสริมขีดแข่งขันประเทศไทย


ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ประกาศความร่วมมือขับเคลื่อน I-SPARK โครงการริเริ่มด้านการลงทุนอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ริเริ่มโดยกลุ่ม ปตท. บนเวทีความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ธนาคารโลก และภาคเอกชนไทย หัวข้อ “Low Carbon Cities and Energy Security – Building System at Scale: Mobilizing Private Capital, Creating Jobs” ในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยผสานศักยภาพด้านอุตสาหกรรม การเงิน และนโยบาย เพื่อผลักดันโครงการในพื้นที่มาบตาพุด–ระยองให้พร้อมรับเงินทุนเอกชน เสริมความมั่นคงทางพลังงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
I-SPARK เป็นแพลตฟอร์มลดการปล่อยคาร์บอนในระบบนิเวศอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง           มุ่งส่งเสริมการลงทุน 3 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่ พลังงานและโซลูชันคาร์บอนต่ำ โครงสร้างพื้นฐานร่วม และอุตสาหกรรมเฉพาะทาง  อุตสาหกรรมชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อเร่งการลงทุนในโครงการสำคัญ อาทิ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) พลังงานสะอาด และห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียน 
 
โดยภายในปี 2578 คาดว่าจะปลดล็อกการลงทุนกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างงานกว่า 13,000 ตำแหน่ง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 9 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลสู่อุตสาหกรรมพื้นที่อื่น โดยทั้งสามหน่วยงานจะศึกษาการเชื่อมโยง I-SPARK กับโครงการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำและตลาดคาร์บอน (LCC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก เพื่อให้โครงการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าถึงกลไกการเงินคาร์บอน พร้อมศึกษาแนวทาง การเงินแบบผสมผสาน (Blended Finance) ที่ผสานเงินทุนภาครัฐหรือเงินทุนเงื่อนไขผ่อนปรนกับเงินทุนเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ดึงดูดการลงทุนภาคเอกชน และเร่งการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่คาร์บอนต่ำ
 
นายบุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า I-SPARK สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่ม ปตท. ในการยกระดับพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง สู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ผ่านการบูรณาการศักยภาพด้านพลังงานและอุตสาหกรรมเข้ากับพลังงานสะอาด เทคโนโลยีแห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐานร่วม เพื่อปลดล็อกศักยภาพการลงทุนและเร่งขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยและ   กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรมทางการเงิน และการสนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อส่งเสริมการระดมทุนจากภาคเอกชน เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
 
นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยต้องอาศัยการดำเนินงานที่ประสานกันระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเงิน ความร่วมมือภายใต้ I-SPARK เป็นโอกาสในการเชื่อมการลงทุนกับทิศทางนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงกับโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน เพื่อเปิดโอกาสให้โครงการที่เข้าเกณฑ์เข้าถึงกลไกการเงินคาร์บอน สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกที่น่าเชื่อถือ ควบคู่กับการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
 
สำหรับการดำเนินงานต่อไป ทั้งสามฝ่ายจะร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการบูรณาการ I-SPARK เข้ากับ โครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน (Low Carbon Cities and Carbon Market Development Project: LCC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก เพื่อให้โครงการอุตสาหกรรมที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถเข้าถึงกลไกการเงินคาร์บอนของโครงการ LCC ควบคู่กับการศึกษาแนวทางเงินทุนแบบผสมผสานที่เหมาะสมกับการลงทุน
 
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวกรุงไทยมุ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมเงินทุนสู่โอกาสการลงทุนในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการเงินกับศักยภาพ ของพันธมิตร เพื่อพัฒนาโครงการให้พร้อมเข้าถึงเงินทุน ช่วยภาคธุรกิจลงทุนปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว  โดยความร่วมมือภายใต้ I-SPARK เป็นอีกก้าวในการเชื่อมเงินทุนภาครัฐและภาคเอกชน ผ่านการวางโครงสร้างการลงทุนอย่างรอบคอบ พร้อมพัฒนาแนวทางที่สามารถต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น เพื่อขยายผลในวงกว้าง กรุงไทยพร้อมร่วมขับเคลื่อนให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ สร้างทั้งโอกาสทางธุรกิจ การจ้างงาน และขีดความสามารถในการแข่งขัน เปลี่ยนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเติบโตครั้งใหม่ของประเทศไทย
 
“ความร่วมมือนี้สะท้อนการต่อยอดแนวทางจากเวที IMF–World Bank สู่การขับเคลื่อนในพื้นที่  มาบตาพุด–ระยอง โดยมุ่งเชื่อมการพัฒนาอุตสาหกรรมเข้ากับพลังงานสะอาดและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ วางรากฐานให้ไทยก้าวสู่ฐานการผลิตคาร์บอนต่ำที่พร้อมรองรับการลงทุนแห่งอนาคต” 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 พ.ย. 2569 เวลา : 12:25:13
04-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ การประปานครหลวง เรื่อง ซ่อมท่อประธาน ที่แตกรั่ว เป็นกรณีเร่งด่วน

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 16.19 จุด ดัชนี 1,491.01 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 2.34 จุด ดัชนี 1,504.86 จุด

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 พ.ย.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝน 60% ภาคกลาง 40% ภาคเหนือ 30% ภาคอีสาน 20%

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 พ.ย.69) บวก 213.67 จุด ขานรับน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ร่วง จับตาเลือกตั้งกลางเทอม-จ้างงานสหรัฐฯ

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (2 พ.ย.69 ) พุ่ง 70.70 ดอลลาร์ ขานรับราคาน้ำมันร่วง จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

7. MTS Gold คาดราคาทองคำเกิด Technical Rebound กว่า 80 เหรียญ หลังปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,870 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับขึ้นมายืนเหนือ 3,950 เหรียญ

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 1.72 จุด ดัชนี 1,505.48 จุด

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 พ.ย.69) พุ่งขึ้น 650 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 63,850 บาท

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.70 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้(2 พ.ย.69) ลบ 11.39 จุด ดัชนี 1,507.20 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขายรุนแรงในช่วงตลาด COMEX หลังหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 3,950 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ของปีบริเวณ 3,870 เหรียญ

14. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed และปัจจัยเศรษฐกิจโลก

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (2 พ.ย.69) ลบ 5.90 จุด ดัชนี 1,512.69 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 4, 2026, 2:50 am