เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
วิจัยกรุงศรีวิเคราะห์ "เศรษฐกิจโลกและไทย ดอกเบี้ยในประเทศสำคัญอาจปรับขึ้นช่วงปลายปีจากเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้า ส่วนไทย แม้กนง.คงดอกเบี้ยแต่เริ่มระบุถึงผลของดอกเบี้ยต่ำต่อเสถียรภาพทางการเงิน"


โลก: สหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น คงดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม แต่มีแนวโน้มปรับขึ้นช่วงปลายปีจากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดย (i) FED มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75-4.00% เพื่อรอดูข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อน อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมที่ยังเติบโตต่อเนื่องและเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย คาดเปิดทางสู่การปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม (ii) ECB คงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.50% ท่ามกลางภาวะการเงินที่ตึงตัว อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการใช้พลังงานที่มากขึ้นในช่วงฤดูหนาว อาจเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและเปิดทางให้ ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม (iii) BOJ มีมติคงดอกเบี้ยที่ 1.25% ขณะที่โอกาสปรับขึ้นในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น ท่ามกลางเงินเฟ้อพื้นฐานที่บรรลุเป้าหมาย 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นอกจากนี้ การเร่งขายกองทุน ETF จาก 3.3 แสนล้านเยนต่อปีเป็น 8.6 แสนล้านเยนต่อปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 จะช่วยเร่งการถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงินแบบพิเศษ ควบคู่กับการเพิ่มแหล่งเงินทุนสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
 
 
จีนอาจเร่งส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลกรอบใหม่หลังความตึงเครียดทางการค้ากับยุโรปมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้น โดย EU เตรียมขยายมาตรการจำกัดการนำเข้าให้ครอบคลุมเคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องจักร หลังบรรลุข้อตกลงในการจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดจากจีน รวมถึงเตรียมออกมาตรการกระจายแหล่งนำเข้า และจำกัดการเข้าถึงตลาด มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ผู้ผลิตจีนต้องกระจายสินค้าส่งออกไปยังคู่ค้าอื่น ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมการไหลทะลักสินค้าของจีนในประเทศคู่ค้านั้น

ไทย: กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตามคาด ท่ามกลางเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง ในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี และปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยเป็น 2.4% และ 2.1% ในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ โดย กนง.ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 
 
วิจัยกรุงศรีคาดว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่อเนื่องอีกระยะ เนื่องจาก (i) เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และการเติบโตยังไม่กระจายไปยังภาคส่วนอื่นๆ อีกทั้งการบริโภคได้รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่สูงและตลาดแรงงานที่อ่อนแอ (ii) แรงกดดันเงินเฟ้อมาจากปัจจัยด้านอุปทานและมีลักษณะชั่วคราว (iii) แม้เงินบาทอ่อนค่าและดอกเบี้ยโลกปรับสูงขึ้น แต่เสถียรภาพด้านต่างประเทศ (External Stability) ของไทยช่วยบรรเทาความผันผวนต่อตลาดการเงิน ดังนั้น การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจึงยังมีความจำเป็นท่ามกลางความเปราะบางของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม กนง. อาจเปิดทางให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะปานกลาง สะท้อนจากการสื่อสารดังนี้ (i) แรงส่งการเติบโตดีกว่าคาด และการปรับปรุงข้อมูล MPI ที่เพิ่มขึ้นจะมีผลต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP (ii) เงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะสูงกว่าคาด และ (iii) เป็นครั้งแรกที่ กนง. ระบุว่า “ต้องติดตามผลของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว” ซึ่งให้ความสำคัญมากขึ้นกับความเสี่ยงจากการคงดอกเบี้ยในระดับต่ำเป็นเวลานาน
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 พ.ย. 2569 เวลา : 14:19:13
03-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 16.19 จุด ดัชนี 1,491.01 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 2.34 จุด ดัชนี 1,504.86 จุด

3. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 พ.ย.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝน 60% ภาคกลาง 40% ภาคเหนือ 30% ภาคอีสาน 20%

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 พ.ย.69) บวก 213.67 จุด ขานรับน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ร่วง จับตาเลือกตั้งกลางเทอม-จ้างงานสหรัฐฯ

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (2 พ.ย.69 ) พุ่ง 70.70 ดอลลาร์ ขานรับราคาน้ำมันร่วง จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

6. MTS Gold คาดราคาทองคำเกิด Technical Rebound กว่า 80 เหรียญ หลังปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,870 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับขึ้นมายืนเหนือ 3,950 เหรียญ

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 1.72 จุด ดัชนี 1,505.48 จุด

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 พ.ย.69) พุ่งขึ้น 650 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 63,850 บาท

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.70 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้(2 พ.ย.69) ลบ 11.39 จุด ดัชนี 1,507.20 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขายรุนแรงในช่วงตลาด COMEX หลังหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 3,950 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ของปีบริเวณ 3,870 เหรียญ

13. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed และปัจจัยเศรษฐกิจโลก

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (2 พ.ย.69) ลบ 5.90 จุด ดัชนี 1,512.69 จุด

15. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.50-34.00 ลุ้นผลเลือกตั้งและข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 3, 2026, 7:37 pm