แบงก์-นอนแบงก์
ธนาคารไทยเครดิต ขานรับมาตรการ SMEs Secure+ ของ ธปท. เปิดตัว "สินเชื่อ SME กล้าช่วย" STANDBY รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ ใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน


 
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ขานรับมาตรการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง” (SMEs Secure+) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดตัว "สินเชื่อ SME กล้าช่วย" ลุยช่วยผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีเพิ่มสภาพคล่องรับมือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผลกระทบจากสถานการณ์โลก ยืดหยุ่นทั้งการพิจารณารายได้และประวัติเครดิตบูโร เพียงมีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เช่น อาคาร โรงงาน โกดังสินค้า ที่อยู่อาศัย ห้องชุด เป็นหลักประกัน เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เพื่อช่วยประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพยุงการจ้างงาน

 
นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว รวมถึงสถานการณ์สงครามและความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีไทยอย่างต่อเนื่อง ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการ ‘มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง’ (SMEs Secure+) ให้สถาบันการเงินผ่อนปรนการพิจารณาด้านรายได้และประวัติเครดิตบูโรเป็นการชั่วคราว และพิจารณามูลค่าหลักประกันควบคู่กันกับกระแสเงินสดได้” 

“เพื่อขานรับนโยบายดังกล่าวของ ธปท. ธนาคารไทยเครดิตจึงเปิดตัว ‘สินเชื่อ SME กล้าช่วย’ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สามารถใช้เป็นหลักประกันในการยื่นขอสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพธุรกิจได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารไทยเครดิตในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อทลายข้อจำกัดเดิมๆ ให้ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างต่อเนื่องและเท่าเทียม แม้ในช่วงเวลาวิกฤต สอดคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจของธนาคารฯ ‘Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ’” 

 
นายนาธัส กฤตวรานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ธนาคารไทยเครดิตยืนหยัด STANDBY เคียงข้างผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีในทุกวิกฤต ทั้งช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 และวิกฤตเศรษฐกิจในหลายช่วงเวลา ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ‘สินเชื่อ SME กล้าให้’ ที่มีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่ยืดหยุ่น หรือ ‘สินเชื่อ SME กล้าสู้’ ที่นำโมเดล Risk-based Pricing มาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้นในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม สอดรับกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและความต้องการเงินทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของธุรกิจ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอีและเอสเอ็มอีของธนาคารไทยเครดิตแตะ 123,000 ล้านบาท ในปี 2568”

นายนาธัส กล่าวเสริมว่า “ในปีนี้ ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว วิกฤตพลังงานและห่วงโซ่อุปทานจากสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุช ‘สินเชื่อ SME กล้าช่วย’ ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการฝ่าวิกฤตดังกล่าว โดยมีจุดเด่นที่ความยืดหยุ่นในการพิจารณารายได้และประวัติเครดิตบูโร เพียงผู้ประกอบการมีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ก็สามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันขอสินเชื่อได้ รวมถึงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อธุรกิจจากสถาบันการเงิน (Bank) และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(Non-bank) ที่ใช้ที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกัน สอดรับกับนโยบายของ ธปท. ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น ธนาคารฯ เชื่อมั่นว่า ‘สินเชื่อ SME กล้าช่วย’ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีสามารถประคับประคองธุรกิจและพยุงการจ้างงานต่อไปได้อย่างมั่นคง ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังมีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง”

สินเชื่อ SME กล้าช่วย เป็นสินเชื่อธุรกิจแบบใช้อสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ดินเปล่าและที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เช่น อาคาร โรงงาน โกดังสินค้า ที่อยู่อาศัย ห้องชุด เป็นหลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการ SME ประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล วงเงินสินเชื่อสูงสุด 20 ล้านบาท (สำหรับวงเงินสินเชื่อแบบมีระยะเวลา) ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี อัตราดอกเบี้ย ต่ำสุด 3 ปีแรก คงที่ 12.99% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR+3.39% ต่อปี สูงสุด 3 ปีแรก คงที่ 18.99% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR+9.39% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง MRR ตามประกาศของธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2569 เริ่มใช้วันที่ 1 เมษายน 2569 ปัจจุบัน MRR = 9.60% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามประกาศธนาคารในเว็บไซต์ www.thaicreditbank.com หรือประกาศ ณ ที่ทำการสาขาธนาคาร) สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://sme.thaicreditbank.com หรือสอบถามได้ที่ บริการผู้ช่วยธุรกิจส่วนบุคคล (STANDBY Assistant) โทร. 02-095-5999
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 18 พ.ค. 2569 เวลา : 12:27:02
18-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (18 พ.ค.69) ลบ 0.21 จุดดัชนี 1,517.74 จุด

2. ทีทีบี คาดเงินบาทอ่อนค่าสัปดาห์นี้ ในกรอบ 32.10 - 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รับแรงกดดันดอลลาร์แข็ง และความเสี่ยงโลก

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (18 พ.ค. 69) บวก 1.56 จุด ดัชนี 1,519.51 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากวันศุกร์ หลังลงไปทดสอบบริเวณ 4,500 เหรียญ และเช้านี้ทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,480 เหรียญ

5. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.40-33.10 จับตาตลาดบอนด์โลก

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (18 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนอง ภาคอีสาน-ภาคกลาง ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 60-70% ภาคเหนือ 40%

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (18 พ.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.72 บาทต่อดอลลาร์

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-32.90 บาท/ดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (18 พ.ค.69) ลบ 6.53 จุด ดัชนี 1,511.42 จุด

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (15 พ.ค.69) ลบ 21.17 จุด ดัชนี 1,517.95 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (15 พ.ค.69) ลบ 12.62 จุด ดัชนี 1,526.50 จุด

12. พยากรณ์อากาศวันนี้ (15 พ.ค.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง ภาคเหนือ ฝน 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 60-70%

13. MTS Gold คาด ราคาทองคำกลับลงมาทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,600 เหรียญ อีกครั้ง ภาพรวมระยะสั้นยังอยู่ในลักษณะ Sideways Down

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-32.60 บาท/ดอลลาร์

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (15 พ.ค.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 18, 2026, 8:43 pm