.jpg)
จากหยดน้ำมันดิบ...ถึงชีวิตประจำวัน เช้าวันหนึ่ง คุณตื่นขึ้นมา
เปิดไฟ แปรงฟัน ชงกาแฟ ขับรถออกจากบ้าน
แวะซื้อข้าวเช้า เปิดแอร์ในที่ทำงาน
เย็นกลับบ้าน ดูข่าว แล้วเข้านอน
วันธรรมดาที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ
แต่รู้ไหมว่า… แทบทุกช่วงเวลา มี “น้ำมันดิบ” อยู่เบื้องหลัง
น้ำมันดิบ ไม่ใช่แค่ของเหลวสีดำจากใต้ดิน
แต่มันคือจุดเริ่มต้นของพลังงาน การเดินทาง การผลิตอาหาร ของใช้ในบ้าน และต้นทุนของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ
เมื่อเข้าสู่โรงกลั่น น้ำมันดิบจะถูกแยกออกเป็นส่วนต่างๆ ตั้งแต่เบาที่สุด ไปจนถึงหนักที่สุด
และแต่ละชนิด…ก็เดินทางมาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างแนบเนียน
ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG) – ไฟในครัวของทุกบ้าน
แก๊สหุงต้ม คือส่วนเบาที่สุด เป็นเชื้อเพลิงสำคัญสำหรับการประกอบอาหารในครัวเรือน ร้านอาหาร และในบางกรณียังใช้กับยานยนต์
เมื่อราคา LPG สูงขึ้น ต้นทุนของร้านอาหารก็เพิ่มขึ้นตาม และสุดท้ายก็ส่งผ่านไปยังราคาข้าวแกงที่ผู้บริโภคต้องจ่าย
แนฟทา (Naphtha) – จุดเริ่มต้นของพลาสติกรอบตัวคุณ
แนฟทาเป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ใช้ผลิตเม็ดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ ขวดน้ำ ถุงพลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ รวมถึงสารเคมีอีกจำนวนมาก
แนฟทาบางส่วนยังถูกนำไปใช้ผสมในน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์อย่างสีหรือทินเนอร์
เมื่อน้ำมันดิบแพงขึ้น แนฟทาก็แพงขึ้นตาม และต้นทุนของใช้จำเป็นเกือบทั้งหมดก็ขยับขึ้นตามกันเป็นลูกโซ่
น้ำมันก๊าด (Kerosene) – พลังของการเดินทางข้ามฟ้า
น้ำมันก๊าดคือจุดเริ่มต้นของน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) เมื่อราคาสูงขึ้น ต้นทุนสายการบินก็เพิ่มขึ้น ค่าตั๋วโดยสารสูงขึ้น และค่าขนส่งสินค้าทางอากาศก็แพงขึ้นด้วย
ผลกระทบจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การเดินทาง แต่มันยังเชื่อมไปถึงราคาสินค้านำเข้า การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกหลายส่วน
น้ำมันดีเซล (Diesel Fuel) – เส้นเลือดของระบบขนส่ง
ดีเซลคือเชื้อเพลิงหลักของรถบรรทุก รถโดยสาร เรือ และเครื่องจักรจำนวนมาก เมื่อดีเซลแพง ต้นทุนขนส่งก็สูงขึ้น และเมื่อค่าขนส่งเพิ่ม ราคาสินค้าเกือบทุกชนิดก็มีโอกาสขยับขึ้นตาม
แม้คนที่ไม่ได้ขับรถเอง ก็ยังหลีกไม่พ้นผลกระทบนี้ เพราะต้นทุนการขนส่งถูกส่งต่อมาถึงราคาของกิน ของใช้ และบริการในที่สุด
น้ำมันหล่อลื่น/จารบี (Lubricant Oil/Grease) – สิ่งที่ทำให้เครื่องจักรเดินต่อได้ ในภาคอุตสาหกรรม เครื่องจักรต้องพึ่งน้ำมันหล่อลื่นเพื่อให้การผลิตดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใกล้ตัวบางอย่าง เช่น เทียนไข ลิปสติก หรือปิโตรเลียมเจล ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมนี้เช่นกัน
เมื่อต้นทุนน้ำมันดิบสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตในภาคโรงงานก็สูงขึ้นตาม ไม่เว้นแม้แต่ของใกล้ตัวอย่าง “ลิปสติก” ที่หลายคนนึกไม่ถึง
น้ำมันเตา (Fuel Oil) – พลังงานของอุตสาหกรรมหนัก
โรงไฟฟ้า โรงงานขนาดใหญ่ และเรือเดินทะเล ต่างใช้พลังงานจากน้ำมันเตา
เมื่อราคาน้ำมันเตาเพิ่มขึ้น ต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการผลิต และต้นทุนขนส่งทางทะเลก็ถูกกดให้สูงขึ้นพร้อมกัน
ยางมะตอย (Asphalt) – ถนนใต้ล้อรถของเรา
ถนน ทางด่วน และโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากมีต้นทางจากส่วนที่หนักที่สุดของน้ำมันดิบ เมื่อน้ำมันดิบแพง ต้นทุนก่อสร้างและซ่อมบำรุงก็เพิ่มขึ้น งบประมาณภาครัฐจึงถูกกดดันมากขึ้นตามไปด้วย
และสุดท้าย ภาระเหล่านี้ย้อนกลับมาหาประชาชนเสมอ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ราคาน้ำมัน = ราคาของการใช้ชีวิต
เมื่อพลังงานแพงขึ้น
ค่าเดินทางแพงขึ้น
ค่าอาหารขยับขึ้น
ค่าสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น
ค่าไฟ ค่าขนส่ง และค่าบริการต่าง ๆ ก็ทยอยปรับตาม
นั่นหมายความว่า เงินในกระเป๋า “ซื้อได้น้อยลง” นี่คือ “เงินเฟ้อจากพลังงาน”
และไม่ว่าความขัดแย้งจะเกิดขึ้นที่ไหน คนที่ต้องจ่าย…ก็คือเราทุกคน
ข่าวเด่น