เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น คนไทยเปลี่ยนจากการทำบุญไปสู่การใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงหรือไม่?


 
• ครัวเรือนรายได้น้อยใช้จ่ายด้าน "ศาสนา" มากกว่าด้าน "ความบันเทิง" ถึงประมาณ 7 เท่า ขณะที่ครัวเรือนรายได้สูงใช้จ่ายทั้งสองด้านในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
 
• แม้หลายคนจะคิดว่าความแตกต่างนี้เกิดจาก "รายได้" แต่ผลการวิเคราะห์พบว่า รายได้เพียงอย่างเดียวอธิบายพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้
 
• ครัวเรือนที่มีเด็กมากขึ้น มีแนวโน้มจัดสรรสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านศาสนาลดลง ขณะที่หัวหน้าครัวเรือนที่มีอายุมากขึ้น มีแนวโน้มจัดสรรสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านศาสนาสูงขึ้น
 
• พฤติกรรมการใช้จ่ายด้านศาสนาไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้เท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์กับโครงสร้างครัวเรือน อายุ และภูมิภาคที่อยู่อาศัย
 
หลายคนอาจเคยได้ยินคำพูดว่า
 
"ยิ่งมีเงิน ก็ยิ่งใช้เงินกับความบันเทิงมากขึ้น ส่วนการทำบุญก็กลายเป็นเรื่องรอง"
 
แต่ความเชื่อที่ฟังดูสมเหตุสมผล อาจไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด
 
เพื่อหาคำตอบ จึงใช้ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) ปี 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปรียบเทียบรูปแบบการใช้จ่ายของครัวเรือนรายได้น้อยและครัวเรือนรายได้สูง
 
สิ่งแรกที่ข้อมูลบอกเรา
 
ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างน่าสนใจ
 
ครัวเรือน 20% ที่มีรายได้น้อยที่สุด จัดสรรค่าใช้จ่ายระหว่าง "ศาสนา" และ "ความบันเทิง" ไปกับกิจกรรมทางศาสนาถึง 87.8% (หรือมากกว่าความบันเทิงราว 7 เท่า) 
 
ส่วนครัวเรือน 20% ที่มีรายได้สูงที่สุด จัดสรรให้กิจกรรมทางศาสนา 54.7% และความบันเทิง 45.3% ซึ่งใกล้เคียงกันมากกว่า
 
กล่าวคือ ครัวเรือนที่อยู่ในกลุ่มรายได้สูงกว่า มีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านศาสนาน้อยกว่า และใช้จ่ายด้านความบันเทิงมากกว่า
 
เมื่อเห็นตัวเลขนี้ หลายคนอาจสรุปทันทีว่า
 
"ก็เพราะมีรายได้มากขึ้น คนจึงหันไปใช้เงินกับความบันเทิงมากกว่าการทำบุญ"
 
แต่การตีความแบบนั้นอาจเร็วเกินไป
 
แล้วต้นเหตุคือ "รายได้" จริงหรือ?
 
แต่ละครัวเรือนไม่ได้แตกต่างกันแค่ระดับรายได้เท่านั้น แต่ยังแตกต่างกันที่จำนวนเด็กในครัวเรือน
 
อายุของหัวหน้าครัวเรือน และภูมิภาคที่อยู่อาศัย ปัจจัยเหล่านี้อาจมีผลต่อการจัดสรรงบประมาณไม่แพ้รายได้
 
เมื่อควบคุมปัจจัยเหล่านี้ในการวิเคราะห์แล้ว ภาพที่ได้จึงแตกต่างจากที่เห็นในตอนแรก
 
รายได้ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด
 
ผลการศึกษาพบว่า สำหรับครัวเรือนรายได้น้อย 
 
รายได้ไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับสัดส่วนการใช้จ่ายด้านศาสนาส่วนในครัวเรือนรายได้สูง 
 
แม้จะพบความสัมพันธ์ แต่ผลกระทบมีขนาดค่อนข้างเล็ก
 
กล่าวคือ ความแตกต่างระหว่างครัวเรือนรายได้น้อยกับรายได้สูง ไม่ได้เกิดจากรายได้เพียงอย่างเดียว
 
หนึ่งในปัจจัยที่โดดเด่นที่สุด คือ "จำนวนเด็กในครัวเรือน"
 
ทั้งในครัวเรือนรายได้น้อยและรายได้สูง ครัวเรือนที่มีเด็กมากขึ้น มีแนวโน้มจัดสรรสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านศาสนาลดลงความสัมพันธ์นี้ยังคงพบ แม้จะเปรียบเทียบครัวเรือนที่มีรายได้ อายุ ระดับการศึกษา และภูมิภาคใกล้เคียงกันแล้ว
 
ข้อมูลไม่ได้บอกว่านี่คือเหตุและผลโดยตรง แต่ก็เป็นไปได้ว่า ครัวเรือนที่มีเด็กต้องจัดสรรงบประมาณไปยังค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลี้ยงดู การศึกษา ของเล่น กิจกรรม หรือความบันเทิงของเด็กมากขึ้น
 
ดังนั้น แม้งบประมาณด้านศาสนาในรูปตัวเงินอาจไม่ได้ลดลง แต่เมื่อค่าใช้จ่ายด้านอื่นเพิ่มขึ้น ก็ทำให้สัดส่วนงบประมาณที่จัดสรรให้กับกิจกรรมทางศาสนาลดลง
 
อายุของหัวหน้าครัวเรือนก็มีบทบาท
 
ในทางกลับกัน หัวหน้าครัวเรือนที่มีอายุมากขึ้น มีแนวโน้มจัดสรรสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านศาสนาสูงขึ้น
 
ผลลัพธ์นี้พบทั้งในครัวเรือนรายได้น้อยและรายได้สูง
 
แม้ข้อมูลจะไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้โดยตรง แต่ก็อาจสะท้อนความแตกต่างของวิถีชีวิตในแต่ละช่วงวัย
 
เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนอาจให้ความสำคัญกับการทำบุญ การเข้าวัด หรือการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนามากขึ้น จึงจัดสรรงบประมาณในด้านนี้เพิ่มขึ้น
 
แล้วพื้นที่ที่อยู่อาศัยล่ะ?
 
ผลการวิเคราะห์ยังพบว่า ภูมิภาคที่อยู่อาศัยมีความสัมพันธ์กับการจัดสรรสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านศาสนา
แม้จะควบคุมปัจจัยอื่นแล้ว ครัวเรือนในแต่ละภูมิภาคยังมีรูปแบบการใช้จ่ายแตกต่างกัน
 
สิ่งนี้สะท้อนว่า บริบททางสังคม วัฒนธรรม รูปแบบการดำเนินชีวิต รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงกิจกรรมความบันเทิง อาจมีส่วนกำหนดพฤติกรรมการใช้จ่ายของครัวเรือนเช่นกัน
 
แล้วข้อมูลกำลังบอกอะไรกับเรา?
 
หากดูเพียงตัวเลขเบื้องต้น ก็อาจสรุปได้ว่า
 
ครัวเรือนรายได้สูงให้ความสำคัญกับความบันเทิงมากขึ้น ขณะที่ครัวเรือนรายได้น้อยให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายด้านศาสนามากกว่า
 
แต่ตัวเลขที่เห็นในตอนแรก เล่าเรื่องได้เพียงครึ่งเดียว
 
เมื่อควบคุมปัจจัยอื่นในการวิเคราะห์ พบว่ารายได้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายความแตกต่างดังกล่าวได้
 
โครงสร้างครัวเรือน อายุของหัวหน้าครัวเรือน และภูมิภาคที่อยู่อาศัย ต่างก็มีความสัมพันธ์กับการจัดสรรงบประมาณของครัวเรือน
 
ดังนั้น คำถามที่ว่า"เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น คนไทยเปลี่ยนจากการทำบุญไปสู่การใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงหรือไม่?"
คำตอบอาจไม่ใช่เพียง "ใช่" หรือ "ไม่ใช่"
เพราะรายได้ไม่ใช่ตัวแปรเดียวที่กำหนดว่าเงินของครัวเรือนจะถูกจัดสรรไปที่ใด
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ส.ค. 2569 เวลา : 18:00:08
06-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (5 ส.ค.69) ลบ 7.35 จุด ดัชนี 1,609.78 จุด

2. MTS Gold คาด ราคาทองคำโดยภาพรวมยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ในกรอบใหญ่ โดยวันนี้เริ่มเห็นโมเมนตั้มเชิงบวกหลังจากราคาทะลุระดับ 4,100 เหรียญขึ้นมาได้

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 ส.ค.69) ลบ 1.95 จุด ดัชนี 1,615.18 จุด

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (5 ส.ค.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น "ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตต." ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่นๆ 60%

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (4 ส.ค.69) ทำนิวไฮ พุ่ง 907.47 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI ความหวังยุติสงครามอิหร่าน

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (4 ส.ค.69) บวก 62.10 ดอลลาร์ รับราคาน้ำมันร่วง-คลายกังวลเงินเฟ้อ

8. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (5 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 33.24 บาทต่อดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (5 ส.ค.69) บวก 4.65 จุด ดัชนี 1,621.78 จุด

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (5 ส.ค.69) ปรับขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,300 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 ก.ค.69) ลบ 4.77 จุด ดัชนี 1,617.13 จุด

12. ประกาศ กปน.: 8 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดกระบัง

13. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้าวันนี้ (4 ส.ค.69) ลบ 1.03 จุด ดัชนี 1,620.87 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 4,030 - 4,080 เหรียญ โดยมีแรงซื้อและแรงขายสลับกัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 ส.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล และทุกภาคทั่วไทย ฝนฟ้าคะนอง 60% ยกเว้นภาคกลาง 40%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 6, 2026, 5:30 am